บางทีเวลามองปัญหาตัวเอง ควรจะมองเหมือนเป็นคนนอก เป็นบุคคลที่สาม ที่เป็นผู้รับฟัง รับรู้ปัญหา หรือความเศร้าเสียใจทั้งหลาย (หรือแม้แต่ความสุขก็เถอะ)
พอมองเหมือนเป็นคนนอกแล้ว น่าจะเห็นได้กว้างขึ้น ไม่วกวนวนเวียนมั่วซั่วอยู่แต่ในหัวของตัวเอง จะได้เห็นมุมมองใหม่
ถอยออกมาหลายๆ ก้าว แล้วมองกลับเข้าไป เหมือนมองภาพวาด ภาพถ่าย หรือแผนที่ แผนผัง คงจะทำให้เห็นอะไรชัดเจน เห็นเส้นทางเดิน ทางออก ทางเลี้ยว ได้ชัดเจน เพื่อจะได้เข้าไปจัดการให้เข้ารูปเข้ารอย ได้อย่างที่ตั้งใจ
หากมองใกล้เกินไป หรือเอาใจไปไว้กับมันมากเกินไป กลับทำให้มองหาทางออกไม่เจอ เหมือนเห็นแต่ทางตัน เลี้ยวไปทางไหน ก็เห็นแค่กำแพง เพราะหลงอยู่ในวังวนแคบๆ
..
.
บางอารมณ์ ก็ยินดีที่จะอยู่ในวังวนเพียงลำพัง
แต่บางอารมณ์ ก็ไม่ปลื้มเท่าไร
* * *
ช่วงนี้มีเรื่องกวนใจ กวนสมองอยู่เรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องเดิมๆ ที่พยายามจะเอาออกไปเท่าไร ก็ยังมีอะไรสะกิด (อะจึ๊ก อะจึ๊ก) ให้มันกลับมาได้เรื่อยๆ
ครั้งนี้ก็เช่นกัน โดนสะกิดจากไม่กี่วันก่อน ลืมๆ ไปได้แว๊บหนึ่ง เพราะเดินทาง ขับรถ แล้วก็ไปช่วยกู๋ที่โรงพยาบาล (คอยรับแขก แบกน้ำ ซื้อข้าว เป็นมือเป็นเท้าให้ผู้หลักผู้ใหญ่ ฯลฯ) เจอผู้คนมากหน้าหลายตา แต่แล้วก็กลับมาฟุ้งซ่านอีก
โดยมาก มักจะคิดโน่นนี่ไปเรื่อย เวลาขับรถ แล้วฟังเพลง ขับเพลินๆ ฟังเพลงเพราะๆ แล้วก็อิน (นะ.. คนเรา)
สุนทรีย์เสียไม่มี
..
.
ป.ล. หรือว่าฉันจะเป็นเบาหวานเนอะ.. เป็นแผลก็นาน หายก็ยาก แต่ไม่ตายง่ายๆ เหนียว ฮี่ฮี่
แต่ทำยากนะ ที่จะดึงตัวเองออกมามอง (เป็นสามมิติ)
ถ้าให้คิดแบบสองมิติ ว่าอีกฝั่งของปัญหาเป็นยังไง ยังง่ายกว่ามาก
hey…cheer up.
“All problems have solutions, don’t give up.” My sister told me when I was really down.
เรื่องวัย(เลี้ยงหลาน) ก็ส่วนหนึ่ง
เรื่องมุมมอง(3rd party) ก็ส่วนหนึ่ง
ฝากเรื่อง art ตัวแม่ อีกเรื่องแล้วกัน …
art ตัวแม่ เป็นนิยามที่ อุดมเขาใช้อธิบายถึง “อาการนามธรรม” ต่างๆ (ได้ดูหรือยังไม่รู้ – เดี่ยว 7 แผ่น 2 ตอนท้ายๆ)
เขาว่า ผู้หญิงเป็นศิลปแนว abstract ต้องตีความ ทำความเข้าใจ มาไปไร้ร่องรอย!
“art ตัวผู้” (ตัวนี้) อยากบอกว่า “เข้าใจนะ เต็ง”
: )