เอามาแปะไว้.. เผื่อมีประโยชน์ในภายหน้าทั้งกับตัวเองและผู้อื่น
- [Edited 24th June 2009] ลืมเรื่องสำคัญ ว่าด้วยเรื่อง เอกสารประกอบการขอวีซ่าประเภทธุรกิจ
- หนังสือเดินทางตัวจริงที่มีอายุเหลือเกิน ๖ เดือนนับจนถึงวันที่ต้องกลับจากอเมริกา
- ฟอร์ม DS-156 ที่พิมพ์ออนไลน์ แล้ว print ออกมาเป็น PDF
- ฟอร์ม DS-157 เป็น PDF พิมพ์ให้เรียบร้อยก่อนสั่ง print
- รูปถ่าย ๒ นิ้ว คูณ ๒ นิ้ว ๑ ใบ (หรือที่เรียกว่า ๕ ซม. คูณ ๕ ซม.)
- ใบเสร็จและหลักฐานการชำระเงินที่ไปรษณีย์ Pay at Post ๔,๔๕๔ บาท อันนี้ต้องไปชำระที่ไปรษณีย์ทั่วไปข้างนอกสถานทูต
- ซอง Barcode จากไปรษณีย์ ที่ต้องซื้อในสถานทูตเท่านั้น ราคา ๗๕ บาท เป็นซองที่จะใส่วีซ่าและหนังสือเดินทางคืนมา
ที่เขาจะดูหลักๆ มีเท่าที่กล่าวมาข้างบน ส่วนเอกสารต่อไปนี้เป็นเอกสาร Support ที่เหมือนว่าจะแค่ใช้ “หางตา” มอง เพราะว่าผ่านหลายด่าน เจอด่านที่สอง เขาก็เอา Supporting Documents ออกหมดแล้ว
- จดหมายเชิญจากบริษัทที่อเมริกา
- จดหมายรับรองการทำงาน เงินเดือน จากบริษัทที่ประเทศไทย
- จดหมายรับรองการรับผิดชอบค่าใช้จ่าย (Sponsorship) จากผู้รับผิดชอบ พร้อม Bank Statements ตัวจริงของผู้นั้น
- ทะเบียนบ้านตัวจริง
- หลักฐานการจองโรงแรม (ฉันไม่ได้เอาไป)
- หลักฐานการจองตั๋วเครื่องบิน (เขาไม่ได้บอกให้เอาไป แต่ฉันเอาไป เพราะตอนขอของอังกฤษต้องใช้ แต่เขาไม่แลเลย ๕๕)
๔ อย่างที่ว่ามานี้ ถูกใช้งานเพียงแว๊บเดียว ด่านอื่นๆ ไม่สนใจจะถามถึงเลย (ตอนแรกนึกว่าจะขอดูตอนถูกสัมภาษณ์ แต่เปล่าเลย) - นัดหมายสัมภาษณ์ ทำได้ทั้งแบบผ่านเว็บ และโทรศัพท์ โดยจะต้องซื้อ PIN เสียก่อน
- ราคา PIN ในการใช้บริการผ่านเว็บ คือ ๑๒ เหรียญ
- ราคา PIN ในการใช้บริการทางโทรศัพท์ คือ ๒๐ เหรียญ
ถ้าไม่มีความจำเป็นเร่งรีบอะไร แบบผ่านเว็บก็ดีอยู่แล้ว มีการตอบค่อนข้างเร็วเช่นกัน เวลาส่งอีเมลไปถาม หรือ Request อะไร (ฉันต้องของ Expedited Interview Appointment เพราะคิวเต็ม ฉันส่งอีเมลไปหลัง ๖ โมงเย็น วันรุ่งขึ้นตอน บ่าย ๓ โมง ๒๐ ก็ได้เมลตอบกลับ) แต่ด้วยความเร่งรีบกลัววีซ่าจะออกไม่ทัน เลยซื้อ PIN โทรศัพท์ด้วย ซึ่งไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไรเลย เพราะอีเมลตอบกลับมาถึงรวดเร็วทันใจ ส่งเรื่องขอนัดเร่งด่วนไปวันพฤหัส ได้วันสัมภาษณ์เป็นวันอังคารถัดมา ทันเวลา
- การนัดหมายสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ๓ ครั้งต่อ ๑ PIN ถ้าจะเปลี่ยนแปลงมากกว่านั้นจะต้องซื้อ PIN ใหม่
- ถ้าใช้ PIN ทางโทรศัพท์ จะมีจำกัดจำนวนการโทรด้วย อาจจะได้ ๓-๔ ครั้งเท่านั้น (ต้องคิดก่อนโทร โทรไปถามเยอะๆ เลย) ฉันยังไม่ได้ใช้ PIN นี้ในการจองนัดหมาย หากมีใครมีคนรู้จักจะใช้ บอกด่วน จะได้เอาไปใช้ มันมีวันหมดอายุด้วย!!!! - วันสัมภาษณ์ ในเอกสารจะบอกว่า ไม่ควรไปก่อนเวลาเกิน ๓๐ นาที (คือไม่ให้ไปเร็ว เพราะไปเร็วไปก็เท่านั้น เวลาเรียงลำดับการเรียก เขาดูเวลานัดด้วย ว่าเวลานัดจริงเท่าไร ยังไงก็ให้คนที่ได้เวลานัดก่อน ได้รับการเรียกสัมภาษณ์ก่อน) คนเยอะแยะตาแป๊ะไก่.. เยอะมากมาย
- ไปถึง ก็ตรวจว่าชื่อนี้นัดไว้จริงหรือเปล่า ผ่านด่านความปลอดภัยต่างๆ
- ตรวจเอกสารในการขอวีซ่า
- ซื้อซอง Barcode เพื่อทำการส่งเอกสารไป ป.ณ. รองเมือง (อยู่บรรทัดทองหลัง MBK) ทั้งนี้ จะเลือกไปรับเอง หรือรอให้ส่งให้ก็ได้ ก็ต้องแจ้ง ณ ตอนนี้เลย
- ไปต่อคิว ตรวจเอกสาร แปะลายนิ้วมือ
- นั่งรอเรียกคิวเพื่อ “ไปยืนให้สัมภาษณ์” (ย้ำว่ายืน.. คือว่าไม่เคย) แล้วก็แปะลายนิ้วมืออีก
ฉันได้เวลานัด ๘.๓๐ น. ไปถึง ๘ โมงเป๊ะ ได้สัมภาษณ์ตอน ๑๑.๓๐ น. ถามแค่ ๕ นาทีเท่านั้น!!! รอมา ๓ ชั่วโมง!! - การรับวีซ่า เมื่อสัมภาษณ์เสร็จ จะรู้เลยว่าผ่านหรือไม่ผ่าน เจ้าหน้าที่จะบอกว่า ๒-๓ วัน แต่จริงๆ ก็คือ (อันนี้ถามเขาต่อ) เขาจะทำว๊ซ่าเสร็จในวันนั้นเลย แล้วส่งไปรองเมือง ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเร็วในการส่งเอกสารของไปรษณีย์บ้านเรา ถ้ารอรับที่บ้าน ปัจจัยก็เยอะไปอีก ก็หลายวัน แต่ถ้ารับเอง วันสองวันก็ไปรับเลย (ฉันว่าจะโทรไปถามพรุ่งนี้ ว่าไปรับได้เลยไหม มาใส่เพิ่มเติมว่า.. ไม่ต้องโทรก็ได้.. Track ทางเว็บได้ เพราะเป็น EMS)
เป็นอันเสร็จพิธี..
- [Edited 24th June 2009 PM] แวะมารายงานผลว่าวีซ่าไปถึง ปณ. รองเมืองแล้ว ดังรูป ไปรับได้เลย
ป.ล. ลืมตัว พกของมีคมไป.. เลยไม่ผ่านการตรวจความปลอดภัยรอบแรก.. นอกจากโทรศัพท์มือถือ และ Thumb Drives แล้ว ฉันลืมเอา Cutter, ที่ตัดเล็บ, ต่างหูโลหะ, พวงกุญแจที่เป็นมีด-กรรไกร, ที่ Charge โทรศัพท์ และสาย USB ออกจากกระเป๋า.. ตอนถอยออกมาจากเครื่องตรวจ แทบจะเทกระเป๋าให้ทั้งใบ ทำไมพกแต่ของอย่างนี้ T_T”
ป.ป.ล. ที่ฉันสัมภาษณ์เดี๋ยวเดียวผ่านน่าจะเพราะเป็น Business Visa แล้วไปแค่ ๙ วัน เพราะคนก่อนหน้า เป็นการขอไปรียน แต่ดันพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ เจ้าหน้าที่บอกว่า “ตอนนี้ยังให้ไม่ได้นะ ต้องไปพูดให้เก่งกว่านี้ก่อน” หรือว่าฟังผิดก็ไม่รู้ งงมากว่ามันเกี่ยวกันยังไง!?!?!?!?
ส่วนอีกคนเป็นการขอวีซ่าระยะยาวไปทำงาน ๑ ปี แต่เหมือนเอกสารอ้างอิงเกี่ยวกับบริษัทออกแนวงงๆ คือ ทำงานบริษัท A ที่เมืองไทย แต่จะไปทำงานที่บริษัท B (ลูกค้า) ที่อเมริกา ส่วนในสัญญา ดันเป็นระหว่างบริษัท B กับ C มันเลยไม่สัมพันธ์กัน เจ้าหน้าที่บอกว่าให้วีซ่าไม่ได้นะ เลยเห็นอธิบายต่อยืดยาว สุดท้ายไม่รู้ผ่านไหม เพราะว่าฉันออกมาก่อน
ป.ป.ป.ล. นี่คือไปยืนฟังเขาคุยกันใช่ไหมเนี่ย!?!?!? ก๊ากกกก.. นอกจากใช้หูแล้ว ใช้ตาด้วย.. เจอหนุ่มๆ น่ารักหลายคนทีเดียว ๕๕๕ ก็อยู่ในนั้นไม่มีอะไรทำอ่ะ ไม่ได้ตั้งตัวไว้ว่าจะใช้เวลานานอย่างนี้ เลยนั่งมองชาวบ้านกับนอน สองอย่าง
:p
Related links:






thanks. this is good for other people who want to get the US visa.
When are you coming to the US? What city?
i’m flying on 30th june (00.20) and arriving charlotte, north carolina, on 30th june afternoon! will stay till 8th july before i go to london for 2 days.