ทำอย่างไร ได้อย่างนั้น*

ได้เรื่องจนได้…….

ทำรายงานดีกๆ ดื่นๆ มาหลายวัน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ ๕ ทุ่ม ไม่ออกจากมหาวิทยาลัย ไม่กลับบ้าน

จนกระทั่งคืนวันศุกร์ ก่อนวัน presentation แล้วก็ต้องส่งรายงาน ปั่นกันกับเพื่อนอีก ๔ คนจนเช้า…

ฉันไม่ได้นอน.. กลัวนอน แล้ว น๊อกไปเลย เลยไม่นอน นั่งทำจนเช้า เพื่อนๆ ได้นอนกันมากบ้าง น้อยบ้าง แล้วตื่นมาสานต่องาน จนเสร็จ แล้วมีส่ง..

ตอนเช้า present งานเป็นกลุ่มแรก เพราะพี่ในกลุ่มคนหนึ่ง กลัวเบลอ ก่อนได้ present

ฉันก็เบลอๆ จะว่า ง่วง ก็ไม่เชิง ไม่ได้ง่วงเหงา หาวนอน แต่คงเรียกว่า เพลียๆ ตามันเปิดค้างไปแล้ว (แต่ถ้าหัวแตะหมอน คงไปเลย)

present แบบไม่น่าประทับใจเท่าไร ในความรู้สึก แต่ก็เอาเป็นว่า “ทำอย่างไร ได้อย่างนั้น” แล้วกัน

เลิกเรียน ตอนเที่ยงกว่าๆ

ใจจริง.. อยากนอนต่อที่มหาวิทยาลัยก่อนกลับบ้าน เพราะว่า กลัวหลับใน แต่ไม่มีใครอยู่ จะนอนที่ไหนหว่า..
อีกใจ ก็ว่า บ่ายๆ วันเสาร์ รถคงไม่ติด กลับไปนอนที่บ้านดีกว่า

เห็นเพื่อนๆ (ทั้งที่ได้นอน และ ไม่ได้นอน) เกือบทั้งห้อง จะไปกินติ่มซำ .. อยากไปนั่งผ่อนคลาย คุยสนุก เลยขอตามไปด้วย นั่งรถเพื่อนไป แล้วก็ให้กลับมาส่งที่รถฉัน ไปกับเขา แต่ไม่กิน นั่งเบลอๆ ขำๆ

.. คิดว่า ทำอย่างนี้ สมองคงตื่น .. ก็ตื่นจริงๆ นะ

กลับถึงมหาวิทยาลัย.. ลังเลๆ ว่าจะไม่กลับบ้าน เพราะว่ามีเพื่อนคนหนึ่ง จะอยู่ต่อ.. แต่ก็.. เอาวะ ตื่นแล้วนี่ ขับกลับได้อยู่แล้ว รถไม่น่าติดด้วย ปรื๋อเดียวถึงเลย

มั่นใจอย่างนั้น เพราะคิดว่า รถไม่ติด ยังไงก็ไม่กลับ ส่วนมากหลับเพราะรถติด

ขับกลับ ไม่มีอาการง่วง ขึ้นทางด่วน รถไม่ติด..

มาเริ่มติดเอาตอน ทางจะเข้าบางนา กับทางจะไปบ้านฉันนี่ล่ะ .. เซ็งเลย..

พอเซ็งๆ อาการง่วง ก็มา

แรกๆ ไม่รู้ว่า เริ่มหลับใน

พอ สอง สาม ครั้ง ที่เหมือนลืมตามา แล้วต้องเหยียบเบรค กระทันหัน เลยเริ่มรู้ตัว

รถเยอะมากกก เต็มทุกเส้น ไม่อย่างนั้น จะหลบ ข้างทาง สักพัก..

เลย ฝืน ขับต่อ.. สุดท้าย..

“ตึง”

ลืมตาขึ้นมา ….. ชนกระบะไปเรียบร้อย……

เหมือนจะแรงทีเดียว เพราะกันชนหน้า เผยอ เลย ส่วนท้ายรถกระบะ ก็กร่อนไป (ได้ข่าวว่าเพิ่งเอารถไปทำสีกับตัวถังมา ยังเอาของกลับขึ้นรถไม่หมดเสียด้วยซ้ำไป .. นี่ฉันกำลังจะกลับไปซ่อมอีกแล้ว… )

แบตมือถือก็หมด เลยต้องขอยืมโทรศัพท์ รถที่โดนชน โทรหาประกัน.. ดีที่คู่กรณี ไม่บ่นสักคำ (กลับรู้สึกว่า เหมือนเขาดีใจที๋โดนชนเลย.. สงสัยคิดไปเองมั้ง)

พอดี เขาก็จะไปบางมด เลยไปลงทางด่วนพระราม ๒ แล้วประกัน ก็มารออยู่แล้ว

เป็นบ่ายที่รถเยอะ รถติดมาก นี่เหรอ ทางด่วน.. !

ก็ไม่มีอะไร ประกันก็มาเขียนๆ เราก็ยอมรับว่าผิด.. จบกันไป (กำลังจะต้องต่อประกันด้วย.. premium แพงแน่นอน…… เฮ่ออออออออออ……….

กลับบ้าน แม่บ่นแหลก… บ่นจนฉันหลับไป แล้วก็เช้ามา ก็บ่นก่อนที่ฉันจะลืมตาเสียอีก.. (แม่ชอบทำอย่างนี้ คุยด้วยตอนฉันหลับ.. พูดๆๆๆ จนฉันได้ยิน แล้วตื่นมาคุยด้วยน่ะ)

“เนี่ย ชอบอย่างนี้ แทนที่จะรีบๆ ทำรายงานให้เสร็จตั้งแต่แรกๆ ก็ไม่ทำ ทำช้าๆ แล้วมาเร่งเอาตอนจะส่ง ทำจนดึกดื่น อย่างนี้ทุกที”

“รู้นะว่าชอบมาเร่งๆ เอาตอนท้าย ชอบไปเจอเพื่อน แล้วก็นั่งเฮฮา ไม่ทำงานให้เสร็จ จะได้ไปเจอกันบ่อยๆ”

“แล้วแม่บอกแล้วใช่ไหม ว่าถ้าง่วง ก่อนขับรถ ให้ไปล้างหน้าก่อน บอกให้พกผ้าเย็นไว้เช็ดหน้า ก็ไม่ทำ”

“ดีนะ ที่ไม่ชนคน”

“นี่ถ้ารถไม่ติด แล้วต้องขับเร็วปกติ คิดเหรอว่าจะไม่ง่วง.. ถ้าเผลอหลับไปตอนกำลังขับเร็วๆ บนทางด่วน มีหวัง ตกจากทางด่วนลงมาแล้ว”

“ไม่ให้บ่นได้ยังไง ก็แม่เคยบอกแล้ว ให้ระวัง พูดอะไรไว้ไม่เคยผิด”

“แล้วนี่ถ้าชนคนขึ้นมาจะทำยังไง”

“อีกฝ่าย เขาไม่ลงมาด่าเอาเหรอ ไปชนเขาน่ะ”

“แล้วง่วง ทำไมไม่จอดรถ ขับต่อได้ยังไง อันตราย”

“ง่วง ตั้งแต่ก่อนขับรถกลับมาแล้วล่ะสิ แลัวยังจะขับมาอีกนะ”

“กาแฟ ลิโพ อะไรก็ไม่กิน.. ปล่อยให้ง่วง”

“ดีนะ ไม่ชนสิบล้อ”

“พวกคนขับสิบล้อ รถทัวร์ เขายังต้องกินลิโพให้ไม่ง่วงเลย หรือไม่ก็ต้องมีผ้าเย็นเช็ดหน้า.. แล้วนี่ไม่ทำอะไรเลย”

“แล้วคนอื่นได้นอนหรือเปล่า ไม่ได้นอนอยู่คนเดียวล่ะสิ”

“ไม่ได้นอน เลิกเรียน ยังไม่กินข้าวต่ออีกนะ”

“ห่วงเล่น”

“ถ้ามันลำบากนัก ก็เลือกเอาอย่างหนึ่งเลย จะลาออกจากงานมาเรียนเลยไหม ถ้าไม่ไหวน่ะ”

“เตรียมกระติก กับผ้าไว้ในรถด้วย วันหลังจะได้มีไว้เช็ดหน้าก่อนขึ้นรถ จะได้เอาไว้พก เช็ดหน้า ถ้าเริ่มง่วง”

ฯลฯ………

ตอนนี้ อยู่กับแม่ แม่หยุดบ่นแล้ว (บ่น ของ แม่ คือ ด่า ล่ะ นะ) ก็มาเริ่มถามว่า ง่วงไหม หายง่วงหรือยัง ดื่มกาแฟหรือยัง

ปวดหัว กับ ปวดหลังมาก ไม่รู้ทำไม สงสัยนอนเยอะไป น่าจะนอนตั้งแต่ ๖ โมงเมื่อวาน ยัน ๗ โมงเช้าวันนี้ นอนมากแล้วปวดหัว .. ส่วนปวดหลัง คงเพราะนั่งทำรายงานในท่าที่ไม่เหมาะ ไม่ได้นั่งโต๊ะ แต่นอนคว่ำ กับ นั่งพื้น

เฮ่อ………..

แรกๆ โมโห ที่แม่บ่น..
ฟังๆ ไปก็รู้ว่าเขาห่วง (แต่ก็ยังตอบคำถามแม่ ด้วยเสียงที่ไม่พอใจ)
เริ่มคิดว่า คนที่ผิด คือฉันเอง หลังๆ เลยพยายามไม่ใส่อารมณ์ เข้าไปกับคำตอบที่ให้กับแม่

คิดอะไรได้หลายๆ อย่าง
น้ำตาก็เริ่มไหล ..

ทำไมไม่รู้เหมือนกัน

นะ

2 thoughts on “ทำอย่างไร ได้อย่างนั้น*

  1. ขอโทษนะเธอ ฉันเองก็เล่นมาก เรื่อยเปื่อย จนงานเสร็จช้า … เธอเองก็ทำเยอะมาก ฉันก็ห่วง

    วันหลังให้ด่าฉันมั่งนะ ได้สำนึกบ้าง
    อย่าทำเฉย รู้มั้ย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s