เบญจเพส*

เคยได้ยินไหม ว่าให้ระวังเรื่องร้ายแรง ที่มักจะเกิดขึ้น เมื่ออายุเข้าเบญจเพส?

แม้คำว่า เบญจเพส จะบ่งชัดว่า เป็นอายุช่วง ๒๕ แต่ใช่ว่า เคราะห์หามยามร้าย จะเกิดขึ้นแค่ในช่วงนั้น

คุณเชื่อไหม?

ส่วนตัว.. ไม่ได้ลบหลู่ แต่บอกได้ว่า ไม่เชื่อ

สิ่งที่ฉันเชื่อคือ.. ทุกๆ อย่างทีเกิดขึ้น ขึ้นอยู่กับตัวฉันเอง ทำเรื่องไม่ดี ฉันก็จะได้รับสิ่งที่ไม่ดี

หากฉันต้องเจอเคราะห์ใดๆ แทนที่จะโทษอายุ หรือวัยที่เข้าคราวเคราะห์ ฉันเชื่อว่า ฉันควรมองย้อนไป ย้อนไป และย้อนไป ว่าฉันเคยทำอะไรไว้

อะไรกันแน่ ที่คือสาเหตุของ “เคราะห์” ดังกล่าว

โทษเบญจเพส?
โบ้ยความผิดให้คนอื่น?

มองตัวเองก่อนดีกว่าไหม?

..

.

Inspired by: เรื่องของตัวเอง เมื่อเช้านี้ เซ็ง!

อายุย่างเข้า ๒๗ แต่ก็ยังไม่วาย ซุ่มซ่าม เฟอะฟะ

ตั้งแต่ต้นปีมานี้.. ได้เรียกประกันรถยนต์มา ๒ ครั้งแล้ว และแต่ละครั้ง ไม่ใช่เหมือนปีก่อนๆ (ขอบอกว่า เรียกประกันทุกปี) ที่แค่เพียง เฉี่ยวๆ กำแพง หรือ เป็นรอยไร้สาเหตุ

สองครั้งล่าสุด ซึ่งห่างกันได้สัก ๒ เดือน.. เป็นอุบัติเหตุที่มีคู่กรณีทั้งสิ้น

ครั้งแรก.. ก็หลับใน แล้วก็ไปจูบท้ายกระบะ บนทางด่วน
ครั้งนี้.. ก็ไปเฉี่ยวชาวบ้านข้ามถนน

เฮ่อ.. สงสัยเพิ่งเข้าเบญจเพส

..

.

ไม่หรอก ประมาทเอง ไม่ระวังเอง ไม่รอบคอบเอง

เพราะตัวเอง!!!

..

..

.

* * *

“ระวังคนข้ามถนน” เสียงแม่ลอยมา เมื่อมองไปข้างหน้าแล้ว เห็นสองแม่ลูกคู่หนึ่ง ตั้งท่าข้ามถนน โดยไม่มองรถทางขวา เพราะคิดว่า จะมีแค่รถทางซ้ายผ่าน โดยไม่รู้ว่า จราจร ได้จัดระเบียบการวิ่งรถใหม่ ในช่วงเวลาดังกล่าว”

“…”

รถโตโยตา วีออส สีเงิน ขับมาด้วยความเร็วปานกลาง กะระยะทางให้พ้นสองแม่ลูก แล้วเบี่ยงขวา (ดีนะ ที่เบี่ยงขวา แล้วไม่ได้ชนรถทางขวา) เพื่อผ่านสองแม่ลูกไปได้ โดยไม่ต้องเบรค

โ ค ร ม ! ! !

“ว้ายย.. ลูก.. ชนเขาแล้ว!!!!” เสียงแม่ร้องลั่นรถ ใจสั่น เสียงพูดของแม่บ่งชัด ขณะที่ฉันเห็นกระจกมองข้าง หลุดห้อยออกมา และค่อยๆ ชะลอรถ

“…” ไม่มีเสียงพูดจากฉัน ได้แต่มองกระจกส่องหลัง แล้วเห็นแม่ของเด็กคนนั้นนั่งลง ทันทีกับที่กดไฟกระพริบ แสดงสัญญาณฉุกเฉิน

พอดีกับที่ตำรวจจราจรนายหนึ่ง ยืนอยู่ เดินมา บอกให้นำรถเข้าจอดในปั๊มน้ำมันใกล้ๆ ส่วนตำรวจ เดินไปดูสองแม่ลูกคู่นั้น

ฉันกับแม่ รีบลงจากรถ แล้วเดินไปดูบ้าง .. ยังดี ที่ผู้หญิงคนนั้น ยังเดินได้ ดูเหมือนไม่ได้เป็นอะไรมาก เพียงแค่เจ็บแขน และเข่า

แม่ให้เงินไปรักษาพยาบาล.. พร้อมทั้งโล่งใจ ที่เขาไม่ได้เป็นอะไรมาก..

….

..

.

“ดีที่เขาไม่ล้มหัวฟาดพื้น ไม่อย่างนั้น เรื่องใหญ่แน่” แม่พูด

“ดีที่เขาไม่หัวหมอ ไม่อย่างนั้น เขาจะไม่ยอม จะไปโรงพักท่าเดียว แล้วคุณก็จะลำบาก” คนขับรถแท๊กซีเอ่ย เมื่อได้ยินเรื่องราว

“ระวังนะลูก.. แม่บอกแล้ว ขับรถ อย่าไปคิดว่า ตัวเองไม่ผิด แล้วจะไม่ยอมท่าเดียว อะไรยอมได้ก็ยอมไป เป็นอะไรขึ้นมา มันไม่คุ้ม” แม่ยังคงตักเตือน อย่างเป็นกังวล

..

สันดานนั่นเอง ฉันน่ะ คิดแต่ว่า ถ้าฉันไม่ผิด ฉันไม่ยอม ถ้าฉันผิด ฉันขอโทษ และจะยอม.. คิดอย่างนี้เสมอ (ซึ่งใช้ไม่ได้กับทุกสถานการณ์… จำไว้!!)

หากฉันอยู่ในเลนของฉัน รถคันไหนจะขอเข้า ก็ต้องเปิดไฟ ไม่เปิด อย่าหวังจะได้เข้า ฉันถือว่า ไม่ได้ขอ ไม่ได้บอก ว่าจะเข้ามาแทรก..

แต่หากใครเปิดไฟขอ ฉันจะรีบจอดให้ แทบไม่ทัน..

ฉันมันบ้าอย่างนี้เอง กมลสันดานอันเที่ยงแท้.. จะพยายามแก้ไข แม้จะยาก

ยาก.. ยากจริงๆ .. แต่เกรงว่า คงต้องหักห้ามใจ และเปลี่ยนแปลงเสียบ้าง

..

.

ระหว่างนั้น ความคิดในใจ ถาโถมเข้ามากมาย และคุยกับตัวเอง

“อะไรกัน ข้ามถนนทำไมไม่มอง ซ้ายขวา ข้ามไม่รู้จักมองทาง ทางม้าลาย สะพานลอยมี ก็ไม่ใช้”

“เขาจะเป็นอะไรมากไหม นี่ถ้าเป็นฉัน หรือคนที่ใกล้ตัวฉันโดน ฉันต้องไม่ยอมแน่เลย”

“แต่นี่ เขาผิดนะ ข้ามไม่รู้จักมอง ตำรวจ ก็ไม่มากั้นให้ดี ถ้าจะให้ออกไปอีกเลนอย่างนี้น่ะ”

“แล้วทำไม ไม่ขับให้ระวังหน่อย ทำไมไม่เบรค”

“เบรค ก็คมำสิ เพิ่งเบี่ยงออกมา ตามจราจรโบก.. แล้วก็มาเจอกับสองแม่ลูก”

“แต่ก็เบรคได้?”

“อืม.. ก็พอได้.. แต่คิดว่า เบี่ยงพ้นเขาแล้วไง ก็บีบแตรรถเตือนก่อนแล้ว ลูกเขายังหยุดเลย”

“อ้าว แล้วลูกเขาไม่ดึงแม่เขาไว้เหรอ”

“ไม่อ่ะ แม่เขาเหมือนไม่ได้ยินด้วย.. ดีนะที่กะไว้ให้เบี่ยงพ้น แล้วเขาก้าวต่อมาอีกหน่อยเดียว”

“ไม่งั้น ก็ได้ชนแรงกว่านี้”

“อืม..”

“นี่ชนเยอะแค่ไหน”

“ก็แค่กระจกมองข้างหัก เฉี่ยวแขนเขาน่ะ แต่เขาก็ล้มนะ เหมือนจะเจ็บเข่าด้วย”

“แม่ว่าไง”

“ก็ตกใจมากอ่ะ ใจสั่นเลย”

“แล้วเธอล่ะ”

“แปลก.. แค่ตกใจ.. ใจไม่สั่น.. ยังบอกแม่ให้ใจเย็นๆ เลย อาจเพราะเห็นว่าแค่เฉี่ยวมั้ง”

“แต่กระจกข้างนั่น หักเลยไม่ใช่หรือ?”

“อืมใช่.. แต่อีกใจ คิดว่า ฉันไม่ผิดไง”

“นี่ล่ะนะ.. คิดแค่ว่า ตัวเองไม่ผิด.. ชนคน ยังไง รถก็ผิดวันยังค่ำ”

ไม่แฟร์เลยอ่ะ ทั้งๆ ที่มีทางข้ามทุกอย่างให้ เขาเลือกที่จะเสี่ยงเอง.. รถช่วงเช้าๆ ยังไง ก็เร็ว เพราะเป็นเวลาเร่งรีบ เสียงบทำสะพาน ทำทางให้แล้วไม่ใช้ จะทำไปทำไม”

“คิดอย่างนั้นไม่ได้ ต่างคนต่างคิดไม่เหมือนกัน คิดจะขับรถ ก็ต้องระวัง.. จับพวงมาลัย ขาข้างหนึ่งก็อยู่ในตารางแล้ว”

“ก็เข้าใจ แต่ถ้าทุกคนคิดแต่ว่า คนขับมันต้องเป็นคนระวัง ก็จะมีพวกที่ขับขี่รถไม่ระวัง (นอกจากพวกที่ข้ามถนนไม่ระวัง) อย่างพวกมอเตอร์ไซค์ ที่อยากปาดซ้ายก็ปาด ปาดขวาก็ปาด.. เพราะว่า หากรถใหญ่ชนมัน ต่อให้มันเป็นคนขับผิดกฎ.. รถใหญ่ก็ต้องรับผิดชอบ”

“ก็เป็นธรรมดา กฎหมาย ก็ต้องคุ้มครองรถเล็กสิ เพราะว่าเสี่ยงมากกว่า”

“อืม.. คงงั้น”

..

“.. ต่อไป เขาคงข้ามถนน อย่างระวังมากขึ้น” (ยังไม่วาย คิดอย่างนั้น)

.

ผิด (ก็ได้วะ)

.

16 thoughts on “เบญจเพส*

  1. ดีนะที่(เขา)ไม่เป็นอะไรมาก
    จริงอย่างพี่แท๊กซี่บอก ถ้าเขาคนนั้นหัวหมอ หรือเป็นมิจฉาชีพ พี่มุกคงจะโดนเรียกร้องค่าเสียหายมากมายแน่ๆ
    บางทีเราคิดว่าเราไม่ผิด แต่ในใจมันบอกว่าผิด ความรู้สึกจะกึ่งๆ โทษคนอื่น “แต่” ไม่ย้อนกับมามองตัวเราเอง

    นู๋ก็คิดว่าไม่เกี่ยวอะไรกับเบญจเพสหรอก มันเป็นกลยุทธ์อย่างนึงของหมอดู พอมันทักเราว่าเบญจเพสให้ระวัง คือเรารู้แล้วไง ว่าช่วงเบญจเพสจะมีเรื่องไม่ดี ก็จะโทษอายุ โทษเบญเพส แต่ ไม่ได้ระวัง และดู “ตัวเอง” ก่อนที่จะโทษ “คนอื่น” /พอเราซวยปุ๊ปเราก็จะได้กลับไปแก้ดวงกะไอ้คุณหมอดูต่อไป เพราะฉะนั้นนู๋คิดเสมอว่า “กงกรรมกงเกวียน” เราทำอย่างไรไว้ ไม่ว่าดีหรือชั่ว ผลนั้นก็จะกลับมาหาเราเสมอ…

    ปล.มาเม้นคนแรกเลยดีใจๆ แล้วช่วงนี้สอบเสร็จยังพี่ งานเยอะป่ะ

  2. ดีแล้ว ฟาดเคราะห์ แต่อย่าฟาดบ่อยจนเกินไปนักละ

  3. ขับรถต้องใจเย็น ๆ นะท่านมุก
    ใจร้อนหรือประมาทอาจเสียทรัพย์หรือกระทั่งชีวิต

    ครั้งนี้จำไว้เป็นประสบการณ์

  4. คิดซะว่ายังโชคดีค่ะ ที่ไม่ต้องสูญเสียไปมากกว่านี้
    บางสถานการณ์กฏหมายก็ไม่ช่วยอะไรเลย แต่น้ำใจอาจช่วยได้ (หรือเปล่านะ?)

    ปล. ปีนี้เราก็เบญจเพสซะด้วยสิ – -*

  5. ถ้าไม่มองด้านผิด-ถูก
    มองด้านชีวิตคนดีกว่าไหม ?

    ถาม ..

    ถ้ามีสะพานลอยอยู่ตรงหน้า
    สองแม่ลูกไม่ข้ามสะพานลอย แต่เลือกข้ามถนน
    ผิดแน่นอน …
    แต่เธอจะชนไหม ?

    อะไรคือ ถูก-ผิด ?

    ขับถูกกฎหมายแต่ทำให้คนอื่นเจ็บตัว … ผิดศีล นะเธอ

    เอาใจเขามาใส่ใจเรา ..

    โลกไม่ได้มีแต่สีขาวหรือดำ
    หลายครั้ง โลกมันเป็นสีเทาๆ

    ถ้าเราเอาแต่มองเป็น ขาวกับดำ
    ก็ต้องขัดใจละ …
    เพราะ สีเทาๆ มันแยกไม่ได้หรอกว่า
    มันเป็นสีไหนกันแน่

    ครั้งนี้เธอไม่ได้ผิด แต่ก็ไม่ได้ถูกเช่นกัน

    พวกเขาเองก็เลือกจะเดินอย่างปลอดภัยกว่านี้ได้ …
    แต่เธอก็เลือกจะทำดีกว่านี้ได้ …

    ไม่มีใครผิดหรือถูก

    มีแต่บทเรียน … ที่ต้องเรียนรู้ และ รู้จักเติบโต

    ….

  6. ผลก็เนื่องจากความซับซ้อน…ที่เราเริ่มสังเกตเห็น…แต่ตามดูไม่ทัน…ก็เลยทำให้สับสน…สับสนแล้วก็ยังตามดูความสับสนที่ก่อตัวขึ้นข้างในไม่ทันอีก…ทีนี้ก็เข้าระยะฟุ้งซ่านแล้ว…ระยะนี้เริ่มมีผลกระทบต่อระบบชีวิตที่สังเกตได้แล้ว…

    ทางแก้…ห้ามหยุดกระทันหันโดยเด็ดขาด…ต้องเข้าสู่ภาวะ cool down ก่อน…เช่น…ไปพักผ่อนหย่อนใจ ให้ลดระดับความฟุ้งซ่าน ลงไปถึงระดับว้าวุ่นเล็กน้อย…วิธีนี้อาจจะใช้ระยะเวลานาน…ถ้ามีเวลาน้อย…ก็ใช้วิธีการปลดปล่อยพลังโดยการเต้นแบบสุด ๆ หรือกรีดร้องเลยก็ได้…แนะนำให้หาสถานที่ที่เหมาะนะครับ

    เมื่อความว้าวุ่นลดลง จนสงบเย็นแล้ว…ก็เริ่มขึ้นตอนฝึกภายใน…โดยการตามดูความคิดของตัวเอง…ทุกครั้งที่นึกได้…แค่ตามดูนะครับ…ลองนึกว่าเราเป็นคนที่อยู่บนตึก กำลังมองดูคนที่เดินไปมาบนถนน…เราคือผู้สังเกต…ตัวความคิดคือคนที่เดินไปมาบนถนน…ซึ่งไม่ใช่เรา…

    จากการเขียนบันทึก…ผมรู้สึกได้ว่าคุณต้องการคำแนะนำ…ผมเคยเจอภาวะเช่นนี้มาแล้ว…

    ปรารถนาดี

    หากต้องการอ่านอะไรดี ๆ ลองเข้าไปที่บล็อกนี้ดู http://gotoknow.org/blog/beutifulmemories ทุกคนเสนอความคิดเห็นที่สร้างสรรค์ทั้งนั้นเลยครับ

  7. อืม เข้าใจนะ บางทีก็เห็นใจคนขับรถเหมือนกัน บางคน สักแต่ว่าจะข้าม ชั้นจะข้ามอ่ะ ใครจะทำไม ทั้งๆ ที่สะพานลอยก็อยู่ตรงหน้าแค่นี้ ชอบนัก…ชอบวัดใจกับคนขับรถ เหมือนดูซิว่าใครจะใจถึงกว่ากัน ไม่ไหวจิงๆ

    เราเคยเจอคนข้ามถนนไม่เป็นอ่ะ แบบว่าแทนที่จะรอให้รถมันว่างๆ ทั้ง 4เลน ดันข้ามทีละเลน บ้าแน่ๆ แล้วก็ไปยืนเสี่ยงชีวิตอยู่กลางถนนให้รถวิ่งผ่านหน้า ผ่านหลัง แล้วก็ทำท่ายึกๆยักๆ อยู่นั่นแหล่ะ…คนขับก็คงเครียดอ่ะนะ ไม่รู้มันจะก้าวออกมาหน้ารถเมื่อไหร่ นี่แหล่ะคนไทย

    บางอย่างก็อยู่ที่นิสัย หรือ สั น ดา น อย่างที่แกว่าแหล่ะ ดูอย่างเมืองนอกเค้าดิ ไม่เห็นต้องทำสะพานลอยข้ามกันเลย ไฟแดง ไม่มีรถวิ่ง ถนนว่าง เค้ายังยืนรอสัญญาณไฟอ่ะ คิดดูเองแล้วกัน

    นี่ไม่ได้โจมตีคนไทยนะ หรือแม้แต่สองแม่ลูกคู่นั้นก็เถอะ ไม่ใช่ว่าเราไม่มีมนุษยธรรม แต่บางทีมันก็ถือเป็นความมักง่ายอย่างหนึ่งอ่ะ ทำจนเกิดเป็นความเคยชิน

    “ถ้าคิดจะข้าม ก็ต้องข้ามอย่างคนมีสติ”

    ไงแกก็ขับรถให้ระวังเป็น 2เท่าด้วยล่ะ เพราะว่านี่มันเมืองไทย ต้องเข้าใจน้าจ๊า…

  8. ตอนแรกกะจะมาจับผิดคนโกงอายุ แต่อ่านไปอ่านมาแล้วกลับไม่ใช่งั้นซะ :p ส่วนเรื่องช่วงอายุ ปีชงอะไรนี่ ก็กึ่งๆครับ ไม่ได้เชื่อหมดใจ แต่พอถึงปีก็ไปทำบุญทีนึง แต่สรุปก็ทำมาทุกปีนั่นละครับ

    ในนี่ผมไม่ได้เข้าข้างใครละกัน และก็ไม่ใช่เรื่องอะไรของผมที่จะไปชี้ว่าใครถูกใครผิดด้วย

    เรื่องขับรถนี่นะ สิ่งสำคัญคือต้องมีสติและสมาธิที่ดีครับ คนขับควรมีสภาพที่พร้อมสมบูรณ์ในการขับขี่ และในขณะขับขี่พยายามคิดเผื่อด้วยครับ อะไรที่เราสามารถทำแล้วหลีกเลี่ยงได้ก็หลีกเลี่ยง เกิดอุบัติเหตุไปถึงแม้ว่าเราจะถูก แต่ก็เสียเวลา เสียอารมณ์ และถ้าเกิดมีคนเจ็บ ก็จะเสียใจอีก

    เรื่องอุบัติเหตุนี่เกิดได้เสมอ ไม่ต้องคิดมากครับ คนไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้ว ส่วนรถคุณประกันก็รับไปอีกรอบ ฮิๆ เรื่องจบแล้วก็จบไปครับ อย่าได้เก็บมารกสมอง ปล่อยวางไปครับ อย่ามาเก็บเป็นอารมณ์ต่อไป เพราะถ้าคุณทำอย่างนี้นะ วันนึงขับเจอพวกขับแย่ๆซักสองคันก็พอ ปีนึงแค่เจ็ดร้อยกว่าคัน ครบปีได้ย้ายตัวเองไปอยู่ศรีธัญญาแน่นอน

    ส่วนเรื่องพฤติกรรมการขับรถของคุณมุกนี่ บางอย่างค่อนข้างคล้ายกับของผม เรื่องแซกนี่ อย่าได้มาเชียว โดยเฉพาะพวกที่แถวมีไม่ต่อนี่ ถ้าอยากเข้าก็อาศัยฝีมือละกัน แต่ถ้าเปลี่ยนเลนหรืออะไรนี่ โดยที่ไม่น่าเกลียด ไม่ได้ตั้งใจ และข้อสำคัญเปิดไฟ อันนี้ผมจัดให้เข้า แต่เข้าได้แล้วอย่ามาขับช้าๆทิ่งรถคันหน้าเป็นช่วงเสาไฟฟ้าเชียวนะ อันนี้ผมจะหงุดหงิดมาก

  9. อ่า ตอนแรกนึกว่าเบญจเพสจริง :P
    ขับรถคงต้องใจเย็นๆอ่ะค่ะ ถูกผิด .. แต่ความสะใจหรือไม่ยอมช่วงนั้นคงไม่คุ้มกันกับอุบัติเหตุที่จะเกิด เพราะนอกจาก”อาจ”มีคนบาดเจ็บแล้วยังเสียเวลาเสียอารมณ์มากกว่าเดิม

    คงบอกได้แค่ใจเย็นๆ อะไรยอมได้ก็ยอมไปเถอะค่ะ ^^

  10. จริงๆ ก็ไม่เกี่ยวกับเบญจเพศหรอกนะคะ แม้ว่าตัวเองจะเคยเกิดอุบัติเหตุตอนวันเกิดครบ ๒๕ ปีพอดี แต่ก็ไม่คิดว่าเป็นเพราะคำว่า “เบญจเพศ”

    มันเกิดขึ้นเพราะความประมาทของคนใกล้ตัวมากกว่า และมันก็น่าจะเป็นคราวเคราะห์ของตัวเองด้วย เลยทำให้วันเกิดต้องไปจบที่โรงพยาบาลแทน -__-”

    ………………………….
    โอ….มีหลับในด้วย
    ระวังนิดก็ดีนะคะ ถ้ารู้สึกว่าง่วงละก็ อย่าขับเลยดีกว่าค่ะ อันนี้อันตรายสุดๆ เคยนั่งในรถที่คนขับหลับใน แบบว่า ก็ยังเห็นเขาลืมตาอยู่ดีๆ นี่แหละ แต่…เฮ้ยยย !!! ทำไมรถมันเฉออกนอกเลนหว่า…พอเราจะสะกิดเรียก ถึงได้รู้ว่า เขาหลับใน
    แทบกรี๊ด !!!
    หลับใน เกิดได้ทั้งจากความอ่อนเพลีย และเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ เพราะฉะนั้นหากมีแนวโน้มเสี่ยงต่อการหลับในละก็
    อย่าขับเลยนะคะ อันตราย !!!

  11. เรื่องจริงนะ เบญจเพศนี่
    เคยเจอกับตัวเอง เป็นเรื่องสำคัญเลยหละ
    แต่เล่าไม่ได้
    ปกติก็ไม่ค่อยเชื่อเรื่องดวงเหมือนกัน แต่เชื่อเรื่องความบังเอิญนะ คือมันบังเอิญจนต้องเชื่อน่ะ
    —–
    http://enemy222.blogrevo.com
    —–

  12. เคยเจอกับตัวเหมือนกันเจ้าค่ะ

    วันเกิดอายุครบ 25 พอดีเป๊ะ
    ถึงกับเลือดตกยางออก หัวแตกเจ้าค่ะ
    เพื่อนทำเตารีดตกใส่หัว
    ขนาดอยู่บ้านนะเนี่ย

    นึกแล้วยังเสียวหัวแปล๊บๆ

  13. แวะมาตกใจ!!
    ดีไซน์ใหม่ฤาไฉน
    ground braking มาก ๆ

    เบญจเพสไม่น่ากลัวเท่าศตเพสนะขอบอก

  14. จนป่านนี้ เจ้าทุกข์ยังไม่โทรกลับมา คาดว่า เขาคงไม่เป็นอะไรมากจริงๆ (จริงๆ แอบภาวนาเอาไว้ ว่าอย่าโทรกลับมาเรื่อง อย่าเอาเรื่องกันเลย วันหลังจะขับดีๆ ค่ะ)

    @nubalm.. พี่ไม่เคยดูหมอแฮะ มีแม่เคยเอาดวงพี่ไปให้หมอดู แต่พี่ไม่เคยไปนั่งให้หมอดู แต่ถ้าแค่อ่านดวง เอาสนุกๆ ก็อ่านนะ เหมือนได้บอกตัวเอง เตือนตัวเอง .. กลัวว่าถ้าไปดูหมอเป็นจริงเป็นจัง แล้วจะระแวง หรือว่าหลงระเริง จนเกินไป ปล่อยให้ชีวิตเป็นไป.. ทำทุกอย่างที่คิดว่า ควร ก็พอ

    @มัชชะ.. คร้าบบบ .. คุณๆ ช่วงนี้ เขียนไดอารีช้านะ ฮี่ฮี่ ปล่อยให้แฟนคลับรอได้ไง

    @ท่านแสน.. จะจำไว้อย่างแน่นอน.. ทำมาเกือบหมดละ.. เฉี่ยงที่จอดรถ ชนท้ายรถ เฉี่ยวคน.. คงหมดแล้วล่ะ(มั้ง)

    @baramee.. โห.. เห็นว่าฉัน ๓๐ เลยหรือคุณ.. ถึงคุณจะก้มหน้าทำงาน ปิดบังใบหน้าไว้อย่างนั้น ฉันก็เดาได้ ว่าคุณอายุเกิน ๓๐ ฮี่ฮี่ (ไม่เป็นไร อายุเป็นเพียงตัวเลข)

    @z2you.. แอบมาบอกอายุกันเลยนะเนี่ย ใช่ค่ะ “น้ำใจ” น่าจะทำให้คนเราใจเย็นขึ้นด้วย ทำอะไรจะได้ระวังขึ้น

    @||-Ange-||.. ใครเป็นคนกำหนด ว่าอะไรผิดถูก จริงๆ ก็น่าแปลกนะ ใครกันกำหนด คนเรามีหลายทางให้เลือกเดิน แต่มักคิดว่า ทำได้แค่ทางเดียว.. เข้าใจ :) เพราะมักมองแค่ว่า คนอื่น มีหลายทางให้เลือกเดิน เขาควรจะไปทางที่ไม่ขวางเรา (แทนที่เราจะเลือกเดิน ไปในทางที่ไม่ขวางเขา)..

    เกี่ยวมะ?

    @thesisguru.. ใช่ค่ะ บางทีก็อยากได้ความเห็น คำตักเตือน หรือคำพูดเตือนใจ จากคนรอบข้างบ้าง เพื่อที่ฉัน จะได้มองเห็นอะไร ที่ออกจากโลกแคบๆ ของตัวเอง ขอบคุณค่ะ

    @ByePass.. รถซ่อม ขาดแคลนรถ ๒ สัปดาห์เลยแก.. _*_

    @SP.. ค่ะ ตอนนี้เลยกลายเป็นเหมือน “ชง” ทุกปี จนจะเปิดร้านกาแฟขายแล้วค่ะ อิอิ ก็แม่เริ่มครุ่นคิดเรื่อง “ชง” ตั้งแต่ก่อนฉัน ๒๕ แล้วก็เริ่มทำบุญมาเรื่อย มาปีนั้น ปีนี้ ก็ชงกับปีลิง (ที่ฉันเกิด) ก็ต้องขยันทำบุญกันเข้าไปอีก

    จริงๆ ถ้าทำได้ทุกปี และบ่อยๆ โดยไม่ต้องคำนึงเรื่อง ชงกาแฟ ก็จะดีมากกว่า

    ขอบคุณสำหรับคำเตือน.. จะมีสติให้มากขึ้นล่ะ ไม่อยากได้บทเรียน ที่ใหญ่เกินกว่านี้แล้ว เสี่ยงเกินไป แม่กลัวฉันติดคุกมากเลย

    @bpitti.. อะไร.. ยังเบญจเพสอยู่ค่ะ.. ๕๕๕ ยังไม่เลย.. เหอๆๆๆๆ จะใจเย็นๆ ครับผม

    @kitanjali.. อืม.. แต่ไม่รู้แฮะ ว่าตอนฉันหลับใน ลืมตา หรือว่าหลับตา เพราะว่านั่งอยู่คนเดียวในรถ คงไม่กล้าทำอีกแล้ว ไอ้ที่ไม่ได้นอน แล้วจะขับรถน่ะ.. ขอบคุณค่ะสำหรับคำเตือน

    @sector 13.. ท่าจะร้ายแรงแฮะ.. แต่ฉันไม่ค่อยเชื่อนะ จริงๆ คิดว่า เป็นช่วงวัยแห่งความคะนอง แต่ชอบเสี่ยง ชอบลอง..

    @ningnung.. ท่านย่าาาา.. (ชอบจังเรียกอย่างนี้ ฮี่ฮี่) ผ่านช่วงเบญจเพส มากี่มากน้อยแล้วเจ้าคะ :p

    @rkain.. ค่ะ.. ตอนนี้ไร้รถ ๒ สัปดาห์ ไม่ต้องขับเอง ๕๕

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s