สอง..*

จำได้ไหม เคยเขียนเกี่ยวกับสิ่งดีๆ ที่ถูกลืม ในโพสเรื่อง เพียงความคิด*ตอนนี้รู้สึกอย่างนั้น (จากบทสนทนาข้างล่าง)เพียงเหตุการณ์เดียว เพื่อนก็เหมาไปว่า ฉันและเพื่อนในกลุ่ม เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ รู้สึกว่า สิ่งที่เคยทำมา สิ่งที่เคยส่งให้ มันหายไปจากความคิดเพื่อนหมดแล้วคาดว่าสิ่งที่เคยทำดี เทียบไม่ได้กับสิ่งที่เขาคิด (ไปเอง) ว่าฉันและเพื่อน เป็น นั่นเพียงเพราะไฟล์รายงานไฟล์เดียว และเพราะเพื่อนในกลุ่มอีกคน ซึ่งเขาก็อาจจะลืมจริงๆ ก็ได้..ข้องใจ.. ทำไมคนเราถึงชอบพูดถึงคนอื่นลับหลัง โดยเฉพาะเรื่องที่ไม่ดี? ทั้่งๆ ที่บางที ยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่า สิ่งที่คิด คือสิ่งที่เป็นความจริงหรือไม่ ความคิดนั้นฝังแน่นในใจคนตรงกันข้าม สิ่งดีๆ กลับถูกมองข้าม และไม่มีใครสนใจจะพูดถึงมัน เหมือนเป็นเพียงอากาศ ล่องลอยหายไปกันสายลมทำไม?เพื่อนที่คุยด้วย บอกว่า มองได้หลายมุม เช่น พูดลับหลัง เพราะกลัวเพื่อนเสียใจที่โดนว่า พูดเพราะว่า จะทำให้เพื่อนเสียหายจริงๆ หรือ พูดเพื่อต้องการให้เพื่อนปรับปรุงตัว เพราะหวังดีฉันเลยถามว่า ถ้าเป็นอย่างหลังสุด การพูดลับหลัง จะช่วยได้อย่างไร ในเมื่อคนที่ถูกพูดถึง ไม่ได้รู้ตัวเลย?เพื่อนคนนั้น ได้แต่หัวเราะร่วนไป แล้วบอกว่า การหาพวก หรือ ผู้ที่คิดเหมือนๆ กัน ก็เป็นส่วนหนึ่งถ้าการพูดลับหลัง ไม่ได้สร้างสรรค์ให้เกิดสิ่งดีๆ แต่ กลับทำให้คนขัดแย้งกัน.. จะเงียบไปไม่ได้หรือ? หากไม่เงียบ ทำไมไม่คุยกับคนๆ นั้นโดยตรงความคิดเด็กไปไหม?คิดเพียงว่า หากพูดแล้ว ทำให้เกิดความขัดแย้ง บางที ไม่พูดเสียดีกว่า.. พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง ทำนองนั้นเพราะเมื่อพูดอะไรลับหลังคนอื่นไปแล้ว.. ถามหน่อย.. จะตีหน้าอย่างไร เมื่อต้องเจอกับคนๆ นั้น

* * *

“เธอรู้ไหม ว่าคนอื่นที่ไม่ใช่พวกเราในกลุ่ม Project Management มองเธอยังไง?”“คือคนอื่นนอกจากเรา ๕ คนน่ะเหรอ?”“อืม”“ทำไม?”“เขาก็มองว่า พวกเธอเป็นพวกที่เครียดกับการเรียนมากๆ.. ““จริงดิ? ๕๕๕”“แล้วก็กั๊กด้วย”“กั๊กอะไร?”“…”“…. ก็เห็นมีแค่ตอนที่จูนได้ไฟล์จากเป๊กมา เท่านั้นเองนี่”“ก็นั่นล่ะ”“แต่จูนก็บอกแล้วว่าให้ไปขอเป๊ก เพราะว่ามันไม่ใช่ของจูน ถ้าเป๊กให้ก็ได้ไง แต่นี่ไม่ได้ไปขอหรือเปล่าล่ะ?”“ขอแล้ว เป๊กบอกให้ไปเอากับจูน”“อืม”“แล้วจูนก็บอกว่า เดี๋ยวจะส่งให้ แต่ก็ไม่ได้ส่งให้”“แล้วทำไม ไม่บอกฉัน….”“…”“ปกติจูนก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว มักลืมไปดื้อๆ แต่ถ้าส่งให้ก็ดี ถ้าไม่ได้ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร”“ก็นั่นล่ะ แล้วจูนก็ไม่ได้ส่งให้เพื่อนๆ ไง”“อืม.. จริงๆ แล้ว ก็มีแค่เรื่องนี้นะ ที่ไม่ได้ส่งต่อ นอกนั้น ก็เหมือนจะมีแต่พวกเราด้วยซ้ำที่ มีอะไรก็ส่งต่อให้เพื่อนน่ะ ฝั่งนั้น เขามีอะไร ไม่เห็นจะบอกกันเท่าไรเลยนี่”“เราเป็นคนกลาง เราก็ทำตัวลำบาก”“อืม ขอโทษนะ”“ขอโทษอะไร”“ที่ทำให้ลำบาก.. ขอโทษจริงๆ”...[แก้ไขเพิ่มเติม วันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐]เมื่อเพื่อนคนหนึ่งไ้ด้มาอ่านโพสนี้ ก็พยายามบอกฉันว่า ให้ปลงเสียบ้าง.. และยังเล่าต่ออีกว่า ณ วันที่อีกฝ่ายมาขอไฟล์ โดยกล่าวว่า เป๊กได้อนุญาตที่จะให้ส่งต่อไฟล์นั้นได้แล้วเมื่อพวกเราถามเป๊ก เป๊กก็บอกว่า ไม่มีใครมาขอเลยนี่ และบอกว่า ไม่ให้ส่งต่อไฟล์ให้กับคนที่พูดว่าเป๊กให้แล้ว เพราะเป๊กไม่ได้พูดนี่คือสิ่งที่ฉันลืมเสียสนิท ฉันเคยรู้ แต่ไม่เคยจำ ไม่เคยเอามาติดใจ ไม่คิดอะไรณ วันนี้ กลับได้รับฟังสิ่งที่ไม่คาดคิด ว่ามีจริงมีจริงๆ..แต่เข้าใจอะไรมากขึ้น และปลงแล้วค่ะ

26 thoughts on “สอง..*

  1. สงสัยเหมือนกันค่ะ
    กับเรื่องที่ว่า ความดีที่เคยมีมา
    แต่พอทำอะไรบางอย่าง ไม่ถูกใจเท่านั้น
    หลังจากนั้นก็มีแต่ไม่ดีๆ แล้วความดีที่เคยมองกันมันหายไปไหนรึ

    ส่วนเรื่องที่ว่า ถ้ามีอะไรให้พูดกันตรงๆ ไม่ใช่ไปพูดลับหลัง ฉันว่านี่ไม่ใช่ความคิดที่เด็กไป แต่คือความคิดของคนที่โตๆกันแล้ว ยิ่งเป็นเพื่อนด้วยแล้ว ก็ควรจะพูดกันเพื่อความเข้าใจ

    สำหรับการพูดลับหลังนั้น มันไม่ยุติธรรมกับคนที่โดนถูกพูดถึงจริงๆ แต่บางครั้งบางคนก็ทำเพราะอยากจะหาพวก อย่างที่คุณว่ามาแหละค่ะ

    พอถึงจุดนี้ เราก็อาจต้องคิดซะว่า คนเรานิสัยใจคอต่างกัน เราไม่สามารถไปเปลี่ยนเขาได้ ในเมื่อเขาอยากพูดถึงอะไรในแง่ไหนลับหลัง ถ้าเรารู้ก็คงต้องเจ็บบ้าง แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อเราไปเปลี่ยนการกระทำเขาไม่ได้

    เราก็คงต้องเลือกที่จะรับรู้แล้วปล่อยวางไปซะ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เวลาที่ฉันเจอแบบนี้ ฉันจะคิดว่า เราคิดมากไปก็เท่านั้น คนที่ทำให้เราคิดมาก ป่านนี้สบายใจเฉิบๆ กินได้นอนหลับ ส่วนเรามานั่งเครียดทำไมเนี่ย

    อันนี้อาจเป็นกระบวนการป้องกันความเครียดของตัวฉันเอง -_-

  2. ^
    ^
    อ๊าาาาาาาา ชอบความคิดนี้ ดีจัง มีคนคิดเหมือนกัน

    อ๊าาาาาาาาา ขอบคุณนะคะ

  3. Sometimes you may have to ignore something that passing your mind.

    The words that had passing through one mouth may nothing for whom spoke but like hundred of swords point out to your chest.

    But if you ignored that swords is nothing but only saliva that flew away.

  4. อ๊า!!!!! มาบล๊อกนี้ เครียด จน จับผู้ชายรวย ฮ่าๆๆๆ บ้าไปแล้ว ป้าแว่นที่รักจ๋า อย่า 4 อย่างนะคะ

    อย่าคิด – คิดมาก มากเรื่อง

    อย่าสนใจ- ไม่ต้องสนใจ ปล่อยวางบ้าง

    อย่าเก็บ- เก็บไว้มากๆไม่ดีหรอก ระบายบ้าง

    อย่าเครียด (อันนี้สำคัญ)** – เครียดแล้วเสียทุกอย่าง เสียเวลา เสียใจ เสียสุขภาพกาย

    จำไว้นะโยม!!!!! ๕๕๕๕

  5. ^
    ^
    แหม.. น้องหม่อง.. เขามี ๕ สอ.. หม่องมี ๔ อย่า (ดีนะ ไม่ใช่ หย่า เพราะว่ายังไม่ได้แต่ง)
    รับทราบค่า.. ที่เตือนสติ กลัวคิดมาก เครียดมาก แล้วต้องเปลี่ยนจาก ป้า เป็น ยายเหมือนกัน ๕๕๕

  6. ผมว่านะ ถ้าไม่ต้องการทำให้คนอื่นรู้สึกไม่ดีก็ไม่ต้องพูดอะไรมันซะเลย แต่ถ้าต้องการให้เขารู้เพื่อที่จะให้เขานำไปปรับปรุงหรือคิดก็ตาม ให้พูดมันออกไปตรงๆเลย

    คุณเป็นประเภทไหนละครับ ยอมหักไม่ยอมเบนรึเปล่า ถ้าเป็นคนประเภทนี้ก็แนะนำว่าถามไปตรงๆเลย แต่ถ้ายังต้องร่วมงานกันไปหรือหนียังไงก็ไม่พ้น ก็แนะนำว่าให้ยุ่งเกี่ยวด้วยน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ เพราะยังไงความรู้สึกคุณมันก็ไม่ได้อยู่แล้ว

  7. ^
    ^
    วันนี้ แต่ละคนคอมเมนต์ได้ใจมากเลย.. อย่างหลังอาจจะเหมาะกว่า ในเวลานี้.. น่ะคุณ

  8. มนุษย์ส่วนใหญ่ชอบ “คิดไปเอง” …พอคิดมากๆ ก็เข้าข้างตัวเองว่า สิ่งที่ตัวเองคิดนั้นถูก แต่ก็ยัง”ไม่กล้า”เข้าไปถามหรือพูดตรงๆ อันจะด้วยสาเหตุเกรงใจ ไม่เหมาะสม กลัว หรืออะไรก็แล้วแต่จะขุดกันขึ้นมา ทีนี้ก็เลยต้องดึง “คนอื่น” มาฟังความคิดที่ตัวเองคิดว่าถูกด้วย ถ้า”คนอื่น”มีความเห็นตรงกัน (จะด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่) ก็จะยิ่งช่วยย้ำความเชื่อมั่นว่า “สิ่งที่ตนคิดไปเอง” นั้นถูก

    just let it go…

  9. ผมเพิ่งเจอไม่นาน…
    บางทีก็สงสัยว่า… ทำไมสิ่งที่เราเคยทำไปแล้ว ไม่คิดจะมองตรงนั้นบ้าง
    จะมองแต่ว่า… เพราะฉันดีกว่า เก่งว่า เลยจะหาพวกมาปิดบังความ….ไม่ดีของตัวเองหรือไร?
    คิดแค่เพียงว่า เราไม่อยากทำงานร่วมกับเขา แต่เขาก็ลืมว่า… เราให้เขาแค่ไหน…
    อยากให้เราชมต่อหน้าคิดอื่น แต่ลืมไปว่า เราให้เครดิตเขาแค่ไหน

    ระเบิดไปแล้ว… แล้วก็ปลงไปแล้ว..

    ตอนนั้นคิดเพียงว่า ชีวิตยังอีกยาวไกล เราเป็นตัวเราเข้าไว้ อย่าหวั่นไหวในสิ่งภายนอก…
    …ทุกอย่างต้องดีขึ้นเอง..
    และไม่แน่ เพื่อนๆเหล่านั้น อาจจะมาคุยกับเรา ให้เราร่วมทำงาน โดยลืมไปว่าพูดอะไรกับเราไว้…
    ….ความจริงจะปรากฎในสักวันครับ

  10. เคยมีการพิสูจน์แล้วว่า มนุษย์ไม่สามารถดำรงค์ชีวิตอยู่โดยลำพังคนเดียวได้ และเราก็พูดว่ามนุษย์นั้นเป็นสัตว์สังคม สังคมหมายความว่า “มากกว่าหนึ่ง” และในสังคมที่จะเป็นพลวัตรได้นั้นต้องมีความแตกต่าง หากไม่มีความแตกต่างแล้วสังคมนั้นจะเรียบเฉยไม่มีรสชาติจนถึงขั้นที่เราคิดว่า “แล้วจะเกิดมาทำไม”
    ดังนั้นความขัดแย้ง หรือความเห็นต่างหากมองดีๆ แล้วมันคือการสร้างสรรค์ที่จะทำให้ปรากฎการณ์เดิมฉีกออกไปจากรูปแบบ
    ปรากฎการณ์ที่ทุกคนพบเจอก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่มนุษย์จะนินทาลับหลัง ขอย้ำว่าเป็นเรื่องปกติจริงๆ เพื่อที่สังคมนี้จะอยู่รอด

  11. ครั้งหนึ่งเคยเสียความรู้สึกมากกับเหตุการณ์แบบนี้เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป ต่อมาเริ่มได้คิด จากเครียดก็กลายเป็นเข้าใจว่าคงเป็นเรื่องปกติของการเป็นสัตว์สังคมเสียแล้ว จึงทำใจแล้วทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดต่อไป ในเมื่อเราคงเปลี่ยนความคิดของคนอื่นไม่ได้ เราก็มาปรับเปลี่ยนแนวคิดของเราดีกว่า เพราะอย่างไรเสียเราก็คงเลี่ยงที่จะไม่พบเจอคนประเภทนี้ไม่ได้แน่ๆ เพราะมันมีอยู่ทุกสังคม คิดอย่างไรให้ใจเป็นสุข (ตอบคิดเข้าข้างตัวเอง 5555+ ) วันนี้พิมพ์เยอะมาก ชักเบลอแล้วล่ะค่ะ ขออภัยหากวกไปวนมา – -*

  12. อืมม

    เรื่องนี้ไม่ค่อยจะมีความเห็นเลยครับ

    ตัวผมเองก็ใช่ว่าจะไม่เคยต่อว่าคนอื่นลับหลังครับ
    แต่ก็มีน้อยมาก ไม่ถึงขั้นนินทา (ไม่รู้เข้าข้างตัวเองหรือเปล่า)

    ปรกติผมไม่ค่อยใส่ใจครับ ไม่ว่าจะเป็นส่วนไม่ดีของคนอื่น หรือส่วนไม่ดีของผมเองที่คนอื่นเอาไปนินทา

    มีชีวิตแบบ โต๋เต๋ ไปเรื่อยๆ อิอิ

  13. น้องผิง ใครว่าน้องผิงแบบนี้อะบอกพี่มานะเด๋วพี่ จัดให้เลย
    แล้วตกลงไม่ได้กั๊กๆ จิงๆเหรอ ??
    อิอิ
    ไม่ได้เจอน้องผิงนานมากแล้วอะคิดถึงโคตรๆเลย อะ
    วันนี้ก็ไม้ได้ไปเรียนอีกแล้วอะ ไปทำ CRM กับว่าที่เจ้านายใหม่อยู่อะ อย่าลืมมาติวเค้าด้วยนะ รักนะจุ๊บๆ จู๊บบบบบบบบบบบบบบบ

  14. EscRiBiTioNiSt said;

    Re the link, you asked in my blog.. I mean the links of the above icons. When I put a mouse on an icon, it does not show anything, except the link location.

    The description of each category above can be added into your HTML code of the link.

    ^
    ^
    Not sure if I put the code right though.. hahaa..

    >>

    Me; I just write down all names in the blog.
    music, hardware, blah blah already.

    Don’t know that it may god enough

  15. คอมเม้นท์เยอะจัง – -‘ อ่านไม่หมด

    ่ผมมองกลับกันนะ

    ผมอาจจะคิดในแง่ดีเกินไป

    แต่ว่าผมว่าบางคนเขาอาจจะอยากมาบอกเราก็ได้

    แค่เขาไม่กล้า

    คนเรามันไม่เหมือนกันนิครับ

    บางคนเขาไม่กล้าพูดอะไรตรงๆ

    เราก็ควรจะเข้าไปทำความเข้าใจเองด้วยในบางที

    ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจกัน แล้วก็บอกว่าเขาไม่ดี

    บางคนเขาก็อาจจะไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง

    ก็เลยต้องเอาไปบ่นกับคนอื่นแทน

    เหมือนกับ comment ซักอันที่เขียนบอกไว้ก่อนหน้าผม

    ใช่ เขาอาจจะทำสิ่งไม่ดี

    แต่แล้วสิ่งที่พี่ escribtionist กำลังโพสอยู่นี่

    ผมว่ามันก็คล้ายๆ กับการไปว่าเขาลับหลังเหมือนกันนะ

    ผมก็เป็นบ่อยๆ เหมือนกัน

    ผมว่าน่าจะมองว่า เขาอาจจะมีส่วนดีอยู่บ้างก็ได้

    คนเรามันต้องมีอะไรดีๆ ซ่อนอยู่เสมอแหล่ะครับ

    เพียงแต่บางที ลักษณนิสัยภายนอกอาจจะทำให้เราไม่ชอบได้บ้าง

    แต่แทนที่จะตัดเขาออกไป ด้วยนิสัยแย่ๆ แบบนั้น

    ผมว่าลองทำความเข้าใจหน่อยดีกว่า ว่าทำไมเขาถึงแบบนั้น

    แล้วก็ลองหาส่วนที่ดีของเขาดูบ้าง

    เผลอๆ อาจจะได้เพื่อนเพิ่มด้วยนะครับ

    ดีกว่าเกลียดกัน รู้สึกไม่ดี มองหน้าไม่ติดกัน

    พอรู้สึกไม่ดี ปล่อยไว้ มันก็ยิ่งเพิ่มพูน

    ยิ่งเห็นหน้า ก็ยิ่งนึกถึงแต่เรื่องไม่ดีของเขา

    สบายใจได้แล้ววันนี้ แต่ยังมีแง่ลบติดอยู่

    เดี๋ยววันหลัง เจอหนากันอีก ก็เครียดอีก

    สู้เอาแง่ลบออกไปดีกว่า วันหลังจะได้ยิ้มได้นะครับ

    ^^”

    ป.ล. ถ้าความเห็นผม “เด็ก” ไปหน่อยก็อย่าถือสาเลยนะฮะ แหะๆ อยากเขียนอ่า ~.~’

  16. อยู่ที่มุมใครมอง อยู่ที่มองมุมใคร แล้วก็อยู่ที่”ใคร” พยายาม”แสร้ง” ทำให้คนอื่นมองอย่างไร

    ฉันและเธอเขียนเรื่องเดียวกัน มุมเดียวกัน เธอยังเข้าใจฉันผิดไปเลย … แล้วจะให้ใครอื่นมาเข้าใจเรา ?

    จะดีจะชั่ว อยู่ที่ตัวเรา … เรารู้ เราเห็น พอแล้ว
    ส่วนใครอื่น จะรู้ตัวว่าทำดี หรือ ทำชั่วอยู่หรือไม่นั่น
    อยู่ที่ปัญญาที่เขาจะมี

    บัวมันไม่ยอมขึ้นมาบานเหนือน้ำ … จะไปบังคับได้อย่างไร

  17. ในกลุ่เพื่อนเรา

    ลับหลังเราพูดทั้งด้านดี และ ไม่ดี เพื่อช่วยหาทางแก้ไข

    ต่อหน้ามัน เราพูดทั้งด้านดี และ ไม่ดี

    เพื่อเข้าใจกันและกัน

    เราคุยด้วยมิตรภาพ

  18. สตรอเบอร์รี่ซันเดย์สวัสดิ์ขอรับท่านมุก

    ตอบคำถามก่อน
    ..
    “ตีหน้าตายขะรับ!”
    ..
    ..
    ใช้ได้ทั้งสองความหมาย
    จะให้หมายถึงตีหน้าเซ่อ ไม่รู้คุณโหน่คุณเหน่
    หรือว่า เจ้าคนตีหน้าสมควร..ตาย!
    ..
    ..
    ข้าพเจ้าเคยทำการทดลองทาง อีโมชั่นนอลฟิสิกส์
    ทั้งในรูปแบบชีวิตที่อายตนะสัมผัสสามร้อยหกสิบองศา
    แลแบบแนวราบของหน้าจอแบน ๆ

    ผลออกมาเหมียนกัลล์ขะรับ

    อย่างแรกเกือบได้วางมวย
    อย่างหลังข้าพเจ้าเน่าเสียกว่าสัปรส(เขียนไง?)ค้างปี

    เอ่…

    เก็บไว้โม้ต่อในบล็อกดีกว่า ท่าจะยาวเดี๋ยวเกะกะกล่องคอมเม้นท์ท่าน ว่าแต่…มันผอมไปสักหน่อยหรือเปล่าขะรับ เจ้ากล่องคอมเม้นท์ของท่านน่ะ ยาวเชีย! บำรุงให้อ้วนขึ้นสักเล็กน้อยก็น่าจะดีนะขอรับ

    คารวะ

    เมื่อวานรีบมุดมุ้งลืมขอบพระคุณที่กระตุ้นเตือนเรื่อง Recent Comment ที่ Blogger หากไม่ได้ท่านข้าพเจ้าก็คงเข้าใจว่า Blogger ไม่มีไว้ให้อยู่นั่นแล้ว

    แล้วก็คงไปนี่งถ่างตางมโข่งหาโค้ดเป็นวัน ๆ

    นี่ก็พยายามหาทางใส่ Read more อยู่ เจอโค้ดแล้วแต่ในเทมเพลทไม่มีคำสั่ง style ไว้ให้ใส่ ลองใส่คำสั่ง style ปิดหัวปิดท้ายเองก็ไม่ได้ผล

    คงต้องงมโข่งต่อไป

    ขอให้มีความสุขกับวันหยุดขะรับ

    ดิลล์

  19. คนเราจะจดจำเรื่องที่ไม่ดีมากกว่าเรื่องที่ดี อาจารย์บอกไว้อย่างนั้น

    ไม่แปลกอะไรที่คนจะไม่ย้อนนึกถึงสิ่งที่ดีที่ทำมา
    แต่เอาสิ่งที่เห็นตรงหน้า เป็นตัวชี้วัด

    โลกมันไม่ใช่ขาวกับดำ มันเป็นสีเทา

    ฉันบอกเธอหลายทีแล้ว

    ….

    อย่าคิดแทนเขา อย่าคิดว่าเขาจะคิดเหมือนเรา
    การที่เขาไม่คิดเหมือนเรา ไม่ได้แปลว่าเขาผิด
    การที่เราไม่ได้คิดเหมือนเขา ก็ไม่ได้แปลว่าเราผิด

    ตาบอดคลำช้าง เคยได้ยินไหม ?

    ยืนคนมุม มองคนละด้าน
    แล้วจะเห็นตรงกันได้อย่างไร

    ….

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s