ปรับปรุงเวลา*

เริ่มจัดเวลาไม่ค่อยได้ (เห็นไหมว่า หายหัวไปเลย) เพราะ

อยากเรียน ก็อยาก
อยากเล่น ก็อยาก
อยากทำงาน ก็อยาก..

เวียนหัวกับตัวเอง

แล้วเทอมนี้ เรียนหนักมากกว่า เทอมอื่นๆ ที่ผ่านมา แล้วเทอมต่อไป ก็จะเป็นอย่างนี้เช่นกัน เพราะจะเป็น ๒ เทอมสุดท้าย ก่อนเรียนจบแล้ว (ถ้าไม่คิดจะเรียนเพิ่ม ต่อไปอีกสัก เทอมสองเทอม เองนะ)

วันนี้ เลยคิดว่า ลองมาเริ่มจัดเวลาสักหน่อยดีกว่า เพื่อให้ทำทุกอย่าง ได้อย่างที่ “อยาก” และในเวลาที่พอเหมาะ พอควร เพื่อแบ่งเวลาไปทำอย่างอื่นบ้าง

(เพิ่งจะคิดได้หรือนี่)

เริ่มจาก.. เวลาที่มีมากมาย ๒๔ ชั่วโมง (แต่ใช้ไม่ค่อยจะเป็น)

แบ่งตามวันทำงานเป็นหลัก และออกมาได้ดังนี้ :)

(คลิ๊กที่รูปเพื่อขยาย)

 

ไปล่ะ… ฟิ้ววว

.

ป.ล. อาจตามอ่านน้อยลงสักหน่อยนะเจ้าคะ :p

.

[Posted via WLW]

13 thoughts on “ปรับปรุงเวลา*

  1. สวัสดีค่ะ
    ตารางเวลาหนาแน่นดีจัง
    ของเราโล่งเป็นอากาศธาตุเลย – -*

    ขอให้โชคดีนะคะ

  2. เห็นแล้วปวดหัวแทน แต่ดูเหมือนกับว่า เวลาเข้าเน็ตเล่นบล๊อกจะมากกว่าเวลาทำการบ้านนะครับ หุๆ

  3. “เฮ้ยยย นั่งนานก็เมื่อยโว้ย
    ปะ! ไปเดินเล่นกันบ้างเถอะวะไอ้ทิดเอ๊ย”

    “ดีค้าบจาน ผมก็ขี้เกียจนั่งมาธิแล้วล่ะ”

    และแล้วอาจารย์กับศิษย์ก็ออกเดินไปในสนามหญ้า
    บนท้องฟ้าเมฆขาวยังปอยปุยนวล
    มวลสกุณาร่อนถลาเล่นลมอยู่หลายตัว
    บ้างฉวัดเฉวียนเป็นเชิงเกี้ยว
    บ้างร่อนลงจับบนยอดไม้ไกลตาออกไป

    “เดินไปกำหนดสติไปด้วยล่ะไอ้ทิด
    ถือซะว่าเป็นการเดินเจริญสติ
    จะได้ไม่เป็นการเสียเวลาเปล่า”

    “วุ้ย จานก้อ อะไรกันนัก
    จะไม่ยอมปล่อยใจให้ไหลลอย
    ปล่อยเวลาให้เลื่อนเปื้อนเปล่าประโยชน์บ้างเลยหรือ?”

    “เวลามีค่าดั่งทองนะโว้ยไอ้ทิด
    กวีเอกของจีนท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า
    เสียทองน่ะเสียไป แม้ไม่ตายหาเอาใหม่ได้
    แต่เสียเวลานี่ เสียแล้วเสียเลย ไม่เคยย้อนกลับมาอีก”

    “อุ๊บ! คม! จานเล่นซะผมจุกเลย”

    นักพรตผู้นั้นยกไม้เท้าเคาะหัวนายสอป๊อก แล้วกล่าว
    “ข้าสอนเป็นงานเป็นการ
    เอ็งละทำเล่นไปซะทุกเรื่องละวะไอ้ทิดสอ”

    “แฮ่ๆ สันดาน! เอ๊ย เป็นอุปนิสัยของผมน่ะค้าบจาน”

    “อือ ข้าคร้านจะเอาความกะเอ็ง
    มีเอ็งไว้ข้างๆ ก็ดีเหมือนกัน
    แม้จะทะลึ่งตึงตังไปบ้าง แต่เอ็งก็เป็นคนดี”

    “ป้าดโธ๊!!ๆๆๆ ไหง๋วันนี้จานพูดได้น่าฟังแท้
    เดี๋ยวคืนนี้ผมนวดถวายจานทั้งคืนเลยเอ้า!”

    “เฮ้ยยย ไม่ต้องๆๆ ข้าไม่ได้ปวดเมื่อยอะไรขนาดนั้น
    เอ็งเอาเวลาที่จะมานวดให้ข้า
    ไปนั่งภาวนาของเอ็งเถอะวะ
    อย่าประมาทกะชีวิตมากเลยสอเอ้ย
    คนเราก็เท่ากัน เกิดๆ ดับๆ
    ท้ายที่สุดก็ตายเน่าเข้าโรงกันทั้งนั้น”

    “ถามจริงๆ เหอะจาน
    ภพชาติ การเวียนว่ายตายเกิดนี่มันมีจริงเหรอ?”

    “บ๊ะ ไอ้นี่ ฝึกสมาธิมาตั้งนานแล้ว ยังไม่รู้เรื่องอีกหรือ?”

    “อะ อ้าว ถ้าผมรู้แล้วจะเสือกถามจานทำไม?”

    “อือ เอ็งก็พูดมีเหตุผล ถ้ารู้แล้วจะถามทำไม
    มันก็มีจริงซีวะ ทำไมจะไม่มีจริง”

    “วีธีพิสูจน์? จาน บอกวิธีพิสูจน์ให้ผมมา”

    “4 ข้อแน่ะ วิธีพิสูจน์”

    “เอ๊า ก็บอกผมมาดี้ วัยรุ่นใจร้อนนะจาน”

    “1. ฟังคนที่เคยตายแล้วฟื้นมาเล่าให้ฟัง
    โดยมากพวกนี้จะเล่าละเอียด
    และมีเหตุผลพอจะเชื่อได้”

    “พวกนั้นอาจจะโม้
    กุเรื่องเป็นตุ เป็นตะ ผมว่าเชื่อยาก”

    “2. อ่านตำรับตำรา
    เช่นพระไตรปิฎกที่พูดถึงเรื่องภพภูมิต่างๆ
    รับรองว่าเอ็งจะเข้าใจ และรู้อะไรมากขึ้น”

    “ก็งั้นๆ แหละจาน
    หลักกาลามสูตร ในพระไตรปิฎกเองก็บอกว่า
    ไม่ให้เชื่อตามตำรับตำรา เชื่อตามๆ กันมา
    แม้กระทั่งเชื่อครูบาอาจารย์ของตนเองก็เถอะ”

    “นั่นไหมล่ะ ไอ้นี่ วกมาหาข้าอีกจนได้ งั้น…
    3. เอ็งต้องเอาตัวเองเป็นพยาน
    ก็ลองทำฌานให้ได้สิวะ เอ็งก็หายสงสัยเองเท่านั้น
    เอ็งมีสิทธิ์ไม่เชื่อคำพูดข้า-ข้าก็ไม่ว่าอะไร
    แต่ถ้าอยากรู้จริงเอ็งต้องทำด้วยตัวเองเท่านั้น”

    “อืมม์ ก็มีเหตุผล
    แล้วสุดท้ายล่ะจาน ง่ายกว่าวีธีนี้ไหม?”

    “ง่ายสิ วิธีที่ 4 นี่ง่ายที่สุดเลย”

    “ฮ้า! งั้นรีบบอกมาเลยจาน”

    “เองก็ลองตายเล่นๆ ดูสิวะไอ้ทิดสอ
    พอเอ็งตายเดี๋ยวก็รู้เองแหละว่า
    โลกหลังความตายมันมีจริงหรือเปล่า”

    “เฮ้ยย จานก้อ ผมยังไม่อยากตายนา”

    “หึๆ งั้นก็อย่าเสียเวลามาถามข้าเลยวะ
    ตั้งใจเรียนรู้ด้วยตัวเองเถอะ
    เวลามีค่าดั่งทองนะโว้ย
    ผ่านแล้ว ผ่านเลย”

  4. จะทำไงถึงจะเรียน เล่น และทำงานไปพร้อมๆกันได้น้า อยากทำอย่างงั้นเหมือนกันครับ

  5. เหมือนกันเลยป้าแว่น

    อยากทำหลายๆอย่างในเวลาเดียว

    ไหนจะเรียน

    ไหนจะทำงาน

    ไหนจะอ่านหนังสือ

    ไหนจะออกกำลังกาย

    ไหนจะพักผ่อน

    มีอีกอย่างที่อยากทำ อยากทำ Part-time อีกสักงาน
    ตอนนี้เศรษกิจไม่ดี ของก็ขึ้นเอ้าๆ

    “เครียดเฟ้ย” _* _

  6. “จาน! จานค้าบบบบบบบบบบ”
    ชายหนุ่มผู้นั้นวิ่งแน่วลัดทุ่งหญ้าที่เขียวขจี
    ตรงไปที่กระท่อมน้อยริมลำธารหลังหนึ่ง
    ที่ซึ่งนักพรตเคราขาวผู้เป็นอาจารย์นั่งอยู่

    ครั้นพอวิ่งไปถึง

    “จาน! จาน! ข่าวด่วนจาน!”

    “อืมม์ มีอะไรรึ?”

    “พระพรหม…จาน พระพรหม…”
    เขาละล่ำละลักพูด
    และสูดลมหายใจอย่างหืดหอบ
    จากการเหนื่อยที่วิ่งมาเมื่อครู่

    “พระพรหมอะไรของเอ็ง
    อ้อ..ที่โดนคนเสียสติทุบไปนั่นรึ?
    กรมศิลป์เขาปั้นขึ้นมาแทนใหม่ตั้งนานแล้วนี่นา”

    “พระพรหมมังคลาจารย์ ครับจาน
    หลวงพ่อปัญญา นันทภิกขุ มรณภาพแล้ว!!”

    “หรอกหรือ”
    นักพรตผู้นั้นตอบรับเสียงเรียบ

    “เรื่องใหญ่นะนี่จาน
    ท่านเป็นพระผู้ใหญ่ที่ดีพร้อมแค่ไหนจานก็รู้”

    “ก็ใช่ของเอ็ง
    เพราะข้ารู้ว่าท่านเป็นพระผู้ใหญ่นี่แหละ ข้าถึงได้เฉย”

    “ปัดโธ่! จาน
    แล้วเราจะทำไงกันดีล่ะครับนี่?”

    “จะไปทำอะไรได้
    เอาเวลาที่จะไปเที่ยววุ่นวายของเอ็ง
    มานั่งนึกถึงคำสอนของท่านไม่ดีหรือ?
    ข่าวว่าเมื่อปลายเดือนเมษาฯที่ผ่านมา
    เอ็งยังได้ไปกราบนมัสการท่านมาอุ่นๆ อยู่เลยนี่”

    “ก็ใช่อยู่หรอกครับจาน
    นึกแล้วใจหาย เมื่อเมษาฯที่ผ่านมาท่านยังดูแข็งแรง
    ไม่คิดว่าท่านจะละขันธ์เร็วขนาดนี้”

    “อืมม์ ข้ายังจำคำสอนตอนหนึ่ง
    ที่ท่านพูดถึงเรื่องความตายได้ติดหู
    เอ็งจะลองฟังดูหน่อยไม่ล่ะทิดสอ?”

    “อ่ะ ดีครับจาน ดีๆๆ พูดให้ผมฟังหน่อยครับ”

    “ท่านพระพรหมมังคลาจารย์
    หรือหลวงพ่อปัญญาพูดเอาไว้ว่า…

    การตายในขณะเป็นอยู่
    เป็นการตายที่ร้ายแรงกว่าการตายของคนตายจริงๆ
    เพราะคนตายจริงๆ ไม่ให้โทษแก่ใคร
    แต่คนตายยังเป็นอยู่ เพราะขาดคุณความดีนั้น
    เป็นภัยต่อสังคมมาก
    จึงเป็นการตายที่น่ากลัวโดยแท้
    ชีวิตที่ต้องการอยู่อย่างคนเป็น จึงต้องมีธรรมะประจำใจ…

    …พระพุทธเจ้าสอนให้คิดถึงความตายนั้น
    ก็เพื่อให้รู้ว่าเราจะต้องตาย
    เราหนีจากความตายไปไม่พ้น
    และเมื่อรู้ว่าเราจะต้องตาย
    หนีจากความตายไปไม่พ้นแล้ว
    เราควรจะได้ใช้ชีวิตเท่าที่เหลืออยู่นี้ให้เป็นประโยชน์
    ด้วยการประกอบหน้าที่ที่เราจะต้องกระทำให้ดีที่สุด”

    …เป็นไงล่ะไอ้ทิดสอเอ๊ย หลวงพ่อท่านพูดคมคายไหม?”

    “อืมม์ ครับ ก็น่าคิดตามคำหลวงพ่อท่าน
    ตายตอนเป็น กะตายแบบตายจริงๆ”

    “ใช่แล้วล่ะสอเอ้ยยย
    พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเนี่ย
    ท่านไม่กลัวการตายหรอก
    ท่านกลัวการเกิดต่างหากล่ะ”

    “หือ? จานพูดไง ไม่กลัวตาย แต่กลัวเกิด?”

    “เอ๊า หรือเอ็งจะเถียง
    อย่างหลวงปู่ชา ท่านพูดเอาไว้น่ะ
    หากจะเสียใจกับคนตายแล้วละก้อ
    ให้จัดงานแสดงความเสียใจตั้งแต่วันเกิดเถอะ
    เพราะเกิดเท่าไหร่ล้วนตายเท่านั้น
    แต่โลกนี้มันกลับกัน มันตาลปัตรไปหมด
    พอคนเกิดล่ะก้อ ดีใจ เฉลิมฉลอง
    หารู้ไม่ว่าการเกิดมานั้นก็เพื่อตาย…

    …และที่ท่านพูดว่าท่านกลัวการเกิดนั่นนะ
    เพราะว่าหากยังไม่ลุถึงอริยะขั้นต้น
    ก็ต้องกลับไปนอนขดคู้อยู่ในท้องอีก 8-9 เดือน
    จิตจะถูกซักฟอกให้หลงลืมเรื่องราวต่างๆ หมด
    แล้วต้องเกิดมาเป็นเด็กใหม่
    มานอนร้องไห้กระจองอแงใหม่
    มาตั้งตนเรียนหนังสือใหม่
    มารัก มาชัง มาชอบกันใหม่
    มันก็วนไป วนมา มันไม่สนุกเลยนะสอเอ้ยยยย”

    “อือ จาน ก็ใช่อยู่หรอก ไม่หนุกจริงๆ
    จาน! ผมมีปัญหาที่สงสัยมานานแล้วว่า
    ทำไมคนเราพอมาเกิดใหม่ถึงจำเรื่องราวเก่าๆ ไม่ได้?
    จานช่วยตอบให้ผมฟังหน่อยสิ”

    “ปฏิสนธิจิตตอนที่เข้าไปถือครองเอารูป
    ซึ่งคือหยดน้ำเชื้อของพ่อและแม่รวมกันนั้น
    ต้องไปตกภวังค์อยู่ตั้งหลายเดือนกว่าจะคลอดออกมาได้
    เหตุนี้แหละจึงทำให้คนเราลืมภพชาติ
    และการเวียนว่ายตายเกิด”

    “ตกภวังค์ยังไงมันก็น่าจะจำได้บ้างนะจาน”

    “เอ็งเคยเห็นคนประสบอุบัติเหตุหัวฟาดอะไรแรงๆ
    หรือน็อคไปสักสาม-สี่วันไหม?”

    “ก็เคยเห็นบ้างแหละจาน ทำไมเหรอครับ?”

    “ขนาดเวลาแค่ชั่วครู่ประเดี๋ยวประด๋าว
    บางคนฟื้นมาอีกทียังจำกันไม่ได้
    ต้องมาฟื้นความจำกันวุ่นวาย
    ไม่นับว่าการเกิดใหม่
    จิตต้องตกภวังค์อยู่นานหลายเดือน”

    “จานก็พูดมีเหตุผล”

    “ก็อย่างนี้แหละทิดเอ๊ย
    หากจะเสียใจกะคนตาย
    ข้าว่าเอ็งไปคอยเสียใจกะคนเกิดจะดีกว่า
    นี่ไม่นับว่า ท่านพระพรหมมังคลาจารย์
    หรือว่าหลวงพ่อปัญญา นันทภิกขุ นี้
    ท่านเป็นพระดี มีศีลาจารวัตรงดงามไม่ด่างพร้อย
    แล้วจะไปเสียใจอะไรกับท่านนักหนาเล่า
    ห่วงแต่เอ็งเถอะว่ะ ระวังเถอะ จะตายวันตายพรุ่งไม่รู้
    ความตายมันไม่มีการนัดแนะ
    ไม่โทรมาแอปพ้อยเม้นต์ก่อนนะโว้ย”

    “โห! จาน เดาะพูดอังกิดเลยเหรอ”

    “โป๊ก!”
    เสียงไม้เท้าโขกหัวนายสอดังลั่นกระต๊อบ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s