เพราะ*

บนรถ
ฉันขับรถ
แม่นั่ง
เราฟังเพลง

(เพลง If That’s OK With You กำลังเล่นอยู่)

ฉัน: วันนี้ ฟังเพลงนี้ทั้งวันเลย

แม่: เพราะอะไร?

ฉัน: .. เพราะดี

แม่: … !!.. แม่ถามว่า เพราะอะไร

ฉัน: .. (งง)..

แม่: … (เงียบไปนิดหนึ่ง)

สองแม่ลูก: ๕๕๕๕ (ขำพร้อมกัน เพราะเข้าใจแล้ว ว่าทำไม เราสองคน งงพร้อมกัน)

..

เข้าใจไหม? ไม่เข้าใจ ให้ลองอ่านบทสทนาอีกที อิอิ

.

.

.

แหะๆ ไม่เข้าใจ จะบอกให้..

แม่ถามว่า “เพราะอะไร”
ลูกตอบว่า “เพราะดี”

แม่คิดว่า “เอ๊ะ.. ถามว่า เพราะอะไร ฟังเพลงเดิมทั้งวัน”
ทำไมลูกคนนี้ ตอบแค่ว่า “ดี”

.

เปล่านะ ฉันตอบว่า “(เพราะเพลงมัน)เพราะดี” แต่พูดแค่คำว่า “เพราะดี” ส่วนในวงเล็บ ละเอาไว้

๕๕๕๕ “เพราะ” ของเราสองคน มันคนละความหมายกัน

โทษคำพ้องรูปพ้องเสียง แล้วกัน :p

แต่ดี ที่แม่เข้าใจในที่สุด

.

ตอนเรา get มุกนี้กัน.. ฉันบอกแม่ว่า “มุกนี้ ซื้อๆ เดี๋ยวเอาไปเขียนบล็อก” (เกือบลืม)

8 thoughts on “เพราะ*

  1. ฮา ฮา จริงด้วย!
    อยากรู้จักแม่ อิ อิ อิ
    ..
    ..
    คิดว่า..ท่อนบนโอเคแล้วขอรับ (ไม่ต้องเฉลย)
    ..
    ..
    ได้เวลาเน็ตคืนมาแล้ว เย้ เย้

    (ว่าแต่ร้องไงหว่า อีฟแด็ทโอเควิธยู ฮู้ ฮู…)
    ..
    ..
    ไม่โผล่ที่ก้าวฯ เหรอ…?
    ..
    ..
    คำทักถามท่านเล่นเอาข้าพเจ้าอึ้งไปสองวิฯ
    ..
    ..
    อ่า..
    ..
    ..
    ขออึ้งต่ออีกสักหลายวิฯ
    ..
    ..
    อึ้ง!

  2. “แวะมาหาครับ”
    “เพราะอะไร”
    “เพราะแวะมาอ่าน”
    “อ่านแล้วมันเพราะดี”

  3. สวัสดีค่ะ
    ช่วงนี้อัพกระจายเลยนะคะ ^^
    ตามมาอ่านค่ะ

  4. “จาน! จานคับ”
    ผู้เป็นลูกศิษย์ละล่ำละลักถาม

    “หือ? มีอะไรไอ้ทิด”
    อาจารย์ตอบรับพลางลืมตาขึ้นช้าๆ

    “จานว่าความไพเราะของเสียงเพลงเนี่ย
    เราจะเอากฎเกณฑ์อะไรมาเป็นมาตรวัดดีคับ
    ผมเห็นว่าคนเราเนี่ย ชอบฟังเพลงแต่ละแนวต่างกัน
    แม้จะฟังแนวเดียวกัน ยังมีเพลงที่ชอบไม่เหมือนกันก็มี”

    “เรื่องของอารมณ์หรือว่าความรู้สึกนี่
    มันไม่มีมาตรวัดหรอกทิดเอ้ย
    เพราะคนเราจะเกิดความรู้สึกขึ้นมาได้นี่
    ก็ด้วยการกระทบสัมผัสทางอายตนะ
    คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ทำให้ใจรู้สึกชอบ ไม่ชอบ”

    “ก็แล้วเท่าไหนถึงจะเรียกว่าชอบ
    เท่าไหนถึงจะเรียกว่าไม่ชอบล่ะครับอาจารย์?”

    “ไม่มี
    ไม่มีมาตรวัดหรอก
    ขึ้นอยู่กับคนๆ นั้นต่างหาก
    ว่าเท่าไหนเขาถึงจะชอบ เท่าไหนเขาถึงจะไม่ชอบ”

    “วุ้ย! จาน พูดงี้ พูดไง ผมงง”

    “ข้าขอถามเอ็งหน่อยเถอะวะไอ้ทิด
    ว่าคนอีสานชอบฟังเพลงอะไร?”

    “อ้าว ก็ต้องหมอลำสิอาจารย์”

    “คนใต้ล่ะ?”

    “หนังลุง โนราห์ อะไรเทือกนั้น”

    “คนเหนือเล่า?”

    “สะล้อซอซึงละมั้ง”

    “คนดำในต่างประเทศโน่นเล่า?”

    “คงจะเป็นฮิปฮ๊อป อาร์แอนด์บี แร็พ ประมาณนี้”

    “แล้วหากเป็นคนในสังคมคนเมืองล่ะ”

    “อ้อ พวกนั้นหรือคับจาน ก็อาจจะเป็นเพลงป๊อป
    ไม่ก็แนวเพลงคลาสสิค เช่น เพลงบรรเลงซิมโฟนี่
    ออเคสตร้า เพลงบรรเลงประกอบการเต้นบัลเล่ต์อะไรอย่างนั้น”

    “ไหมล่ะทิดเอ๊ย
    แต่ละถิ่น แต่ละแถวก็ล้วนแล้วแต่ชอบฟังเพลงไม่เหมือนกัน
    ซึ่งไม่สามารถบอกได้ว่าเพลงแนวไหนเพราะที่สุด
    เพราะแต่ละคนต้องบอกแนวเพลงที่ตนชอบกันทั้งนั้น
    แม้แนวเพลงเดียวกันก็เถอะ บางคนอาจจะชอบเป็นบางเพลงที่แตกต่างกันไปก็ได้…

    …ดังที่ข้าบอกเอ็งตั้งแต่ต้น
    เรื่องการกระทบสัมผัสของอายตนะ
    แล้วเกิดความรู้สึกชอบ ชัง ขึ้นมานี่
    มันไม่มีมาตรวัดตายตัว…

    เอ็งจะเอาหลักการนี้ไปเทียบกับการกระทบสัมผัสอย่างอื่นบ้างก็ได้

    เช่น ตา กระทบรูป
    มาตรฐานความสวยของแต่ละคนก็ต่างกันไป
    ศิลปินบางท่านอาจชอบความสวยในสไตล์เรียลลิสติก
    บ้างอาจจะชอบแนวอิมเพรสชั่นนิสต์ บ้างแนวแอบสแตรก บ้างคิวบิสต์…

    ข้าขอถามเอ็งหน่อยเถอะ ว่าแนวไหนจึงจะถือว่าเป็นแนวที่สวยที่สุด และคู่ควรกับคำว่าสุดยอดของงานศิลป์?”

    “…อืมม์ม์ม์…ไม่รู้สิจาน ในความรู้สึกของผม
    แนวเรียลลิสติกก็มีลีโอนาโด ดาวินชี่ กับ ไมเคิล แองเจลโล เป็นเหมือนเสาหลักปักเด่อยู่

    แนวอิมเพรสชั่นนิสต์ก็มี แวนโก๊ะ โมเน่ต์ ซึ่งมีฝีแปรงระดับเทพ ในเมืองทไทยก็มี อ.ถวัลย์ ดัชนี ที่มีคมมีดระดับตำนาน (อ.ถวัลย์ จะใช้เกรียงที่มีลักษณะคล้ายมีดป้ายสีทำงานศิลป์)

    แนวแอบสแตรก ก็คงจะเป็น เอ็ดเวิร์ด มุงก์, อำนาจ กลั่นประชา, ประเทือง เอมเจริญ ที่เป็นตำนานและกำลังจะเป็นในอนาคตอันใกล้นี้

    แนวคิวบิสต์ก็คงจะเป็น ปิกัสโซ่
    สรุปแล้วก็คือต่างสวยงามกันคนละแบบน่ะครับ”

    “ก็นั่นแหละทิดเอ๊ย
    แม้แต่ในแนวเดียวกัน
    ศิลปินบางท่านยังถนัดในสีที่แตกต่างกันเลยใช่ไหม?”

    “ใช่ครับ ใช่ บางคนชอบสีดำ บางคนหนักสีเหลือง
    บางคนชอบสีแดง ไม่เหมือนกันเลยคับจาน”

    “มาพูดถึงการกระทบทางลิ้นบ้างสิคราวนี้
    เอ็งว่าคนอีสาน คนเหนือ คนใต้ ชอบกินอาหารเหมือนกันไหม?”

    “จะเหมือนกันได้ไงล่ะจานก้อ
    อีสานต้องแซ่บๆ ใต้ต้องเผ็ดๆ เหนือต้องล๊ำๆ
    ไม่เหมือนกันครับจาน เครื่องปรุงและรสชาติล้วนต่างชอบไม่เหมือนกัน”

    “แล้วอาหารของภาคไหนอร่อยที่สุด?”

    “ต่างคนต่างลิ้นคับจาน ชอบใครชอบมัน”

    “นั่นแหละทิดเอ้ย
    เพราะฉะนั้น ข้าถึงตอบเอ็งไม่ได้หรอกว่า
    มาตรฐานของความเพราะ
    ความงาม
    ความอร่อย
    ความหอมของกะปิ ปล้าร้า กับนมเนยที่ปนมากับพิซซ่าและแฮมเบอเกอร์นั้น อะไรมันสุดยอดกว่ากัน ต่างคนต่างใจ ต่างใครต่างชอบนั่นแหละ”

    “อืมม์ แจ้งแจ่มเลยจานคราวนี้
    ผมไม่สงสัยแล้วว่าทำไมบางคนฟังแจ็ส
    บางคนฟังซิมโฟนี่ ฟังเปียโน
    บางคนฟังแร็พ ฟังฮิปฮอป
    บางคนฟังฮาร์ดร็อค ฮาร์ดคอร์
    บางคนฟังแคน ฟังขลุย
    แล้วแต่ชอบเน๊าะ จานเน๊าะ…
    …ว่าแต่ว่า จานร้องเพลงให้ผมฟังสักเพลงสิจาน”

    ผู้เป็นอาจารย์หันซ้ายหันขวา

    “แฮ่ๆ จานจะหาไม้เท้ามาโขกหัวผมอ่ะดิ
    ผมเอาไปซ่อนแล้วล่ะจาน โนเวย์ เสียใจดะ…!!!”

    คำว่า “ด้วย” ยังไม่ทันหลุดออกจากปากเลย
    ร่างของเขาก็ถลาออกไปตามแรงถีบของอาจารย์
    ที่ยันเข้าใส่ยอดอกอย่างจัง

  5. เพราะดี

    …อืม

    เป็นเหตุผลที่อธิบายความเพราะได้ดีมากๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s