นั่งรถไฟไปสวนสนประดิพัทธ์*

ตื่นตี ๕ นัดเจอเม้ง (เพื่อนสมัย ม. ปลาย) ตี ๕ ครึ่ง เพื่อเดินทางไปหัวลำโพง เพื่อออกเดินทางเวลา ๖.๓๐ น. แท็กซี่รู้ดีมากๆ เลี้ยวขึ้นทางด่วนโดยที่ไม่ได้บอก.. “เฮ่ย ขึ้นทางด่วนเลยเหรอวะ?” เม้งถาม “เออ อ้าว.. ไม่ทันแล้วว่ะ ยังไม่ได้บอกเลย” ฉันตอบแบบว่า.. งงด้วย แก้ไขไม่ได้แล้ว เลี้ยวเข้ามาแล้ว “อ้าว ไม่ได้บอกให้ขึ้นทางด่วนเหรอครับ?” “ไม่ได้บอกค่ะ ไม่รีบ ยังเช้าอยู่ รถไฟออก ๖.๓๐ น.” เลยไปถึงตั้งแต่ ๕.๕๐ น. เลยเดินๆ วนๆ หาของกินขึ้นรถไฟ..

ที่นั่งเรียงเลขไว้แล้ว แต่ที่นั่งที่เราได้ เป็นที่ที่หันหลังให้หน้าต่าง (เลขที่นั่ง ๑๘-๑๙) ซึ่งไม่โปรดทั้งคู่ เลยไปนั่งที่ที่ไม่มีคนนั่งไปก่อน เพื่อจะได้หันข้าง แล้วยังต้องนั่งห่างจากที่นั่งจริงๆ ของตัวเองไปอีก เพราะมีแก๊งค์สาววัยกระเตาะ (แต่งตัวมาใน pattern เดียวกัน ผมทรงเดียวกัน) ยกขบวนกันมามากว่า ๓๐ ชีวิตได้ เดากันว่าเป็น เด็ก ม. ปลาย โรงเรียนคอนแวนต์สักแห่งหนึ่ง (และแน่นอนว่า หน้าตาดี ขาว หุ่นดี มีไม่น้อย) ไปยืนกองกันใกล้กับเลขที่นั่งฉันกับเพื่อน

เสียงนกกระจอก นกกระจิบ นกกระจาบ แตกรังเลยก็ว่าได้ กลุ่มนี้มาก็เกือบเต็มโบกีนี้แล้ว ด้วยเสียงเจื้อแจ้ว ฉันกับเพื่อนมองหน้ากัน แล้วเม้งบอกว่า “แต่ก่อน เราเป็นอย่างนี้กันหรือเปล่าวะ?” “ฉันว่าถ้ามีผู้ชายอยู่ในขบวนเยอะๆ หนุ่มๆ พวกนั้นคงมีความสุขมา” แต่ที่ฮาคือ เพื่อนเม้งก็เพิ่งจะรู้ซึ้งถึงข้อดี ของความเงียบสงบก็งานนี้ ๕๕๕ เด็กสาวพลังเยอะกันมาก สามารถหากิจกรรมไปตลอดทาง

ชั่วโมงแรก เราได้นั่งที่ๆ ห่างจากกลุ่มเด็กออกไปหน่อย แต่เพราะมีแวะที่ องค์พระปฐมเจดีย์ จ. นครปฐม จึงมีคนขึ้นรถไฟเพิ่ม เราจึงไปนั่งที่นั่งตรงนั้นไม่ได้อีก ต้องกลับไปนั่งที่นั่งตัวเอง ซึ่งอยู่ท่ามกลางเด็กๆ เหล่านั้น สองสาวแก่จะบ้าตาย!! “ฉันว่าต่อให้ตอนนี้ เพื่อนเรามาเยอะกว่านี้ เราก็ไม่เสียงดัง อย่างนี้นะเนี่ย” “แหมแก.. เราห่างจากเด็กพวกนี้ เป็นสิบปีเลยนะเว้ย.. ไม่ใช่ไม่กี่ปี” ๕๕๕๕ บางทีเวลาอยู่กับเพื่อนสมัยเด็ก ก็จะลืมไปว่า ตอนนี้อายุจริงๆ คือเท่าไรแล้ว

นั่งๆ คำนวณอายุแล้ว สาวๆ พวกนี้ คงอายุน้อยกว่าเราเป็นรอบเลย แต่ก็ทำให้คิดไปว่า.. เฮ่ย ตอนเด็กๆ เราเป็นกันขนาดนี้รึ? จริงหรือ? เอ.. คิดไม่ออก อารามว่าโบกีนี้เด็กจอง.. นั่งกันเต็มพื้น ฮาเฮ เล่นกันตั้งแต่ ร้องเพลง ต่อเพลง เล่นไพ่จับตอแหล เล่นไพ่ police.. (คือว่านั่งตรงที่เด็กเล่นกันพอดี.. ได้ยินทุกอย่าง นั่งมองเด็กเล่น)

ใช้เวลา ๔ ชั่วโมงไปถึง สวนสนประดิพัทธ์ หัวหิน ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ทหาร เงียบๆ ไม่สกปรก เพราะไม่มีขายของริมหาด (มีร้านอาหารข้างๆ) คลื่นทะเลไม่แรง (ไม่เหมือนตอนไประยอง)

ไปถึงก็เช่าเตียงผ้าใบ เสื่อ และจับจองพื้นที่ นอนมองท้องฟ้า ได้พักกันเต็มที่ ถึงเวลาหิว ก็หาส้มตำ ไก่ทอด ข้าวเหนียว ทอดมัน กินกัน (เลอะเทอะ น้ำจิ้มกระเด็น ฉันทำโค้กหกอีก.. โอ้ย ซุ่มซ่าม) ย้ายทำเลกันหลายรอบ เพราะฝนลงเม็ดหน่อยๆ พอย้ายเสร็จ เม็ดฝนก็หายไป เป็นอย่างนี้อยู่ ๓ รอบ.. (แต่คนอื่น เขาไม่ย้ายกันเลย มีแต่สองตัวนี้ล่ะ ย้ายจริงย้ายจัง)

ก่อนกลับ (โดนปล่อยไว้ ๓ ชั่วโมง ๔๐ นาที) ก็ไปเดิน ให้เท้าแตะน้ำทะเล (ไม่ได้เตรียมตัวไปเล่นน้ำ) พอได้สัมผัสบรรยากาศ ชิวๆ แล้วก็กลับไปขึ้นรถไฟ ออกเวลา ๑๕.๒๕ น.

ขากลับ สาวๆ เหล่านั้น ก็ไม่มีแรงตก ตอนอยู่ที่หาด ก็กระโดด วี๊ดว้าย ถ่ายรูปกันพักใหญ่.. แล้วก็เล่นโบราณเรียกชื่อ แล้วก็อะไรต่ออะไรอีกมากมาย.. ฉันก็เดาว่า ขากลับคงหมดแรง.. แต่เปล่าเลย

ขึ้นมาปุ๊บ สาวๆ ตั้งวงเล่นไพ่ (ไม่กินเงิน เล่นขำๆ) พอเล่นไพ่ไปสักพัก อยู่ๆ ก็วงแตก แล้วก็มีคนหากิจกรรมใหม่ โดยการ ไปโหนที่จับ (ที่เป็นห่วงกลมๆ) แล้วห้อยไปห้อยมา มียกขาถีบกัน ยกขากอดกัน บางคนจู่โจมเพื่อนตัวเอง ทำให้เพื่อนตกใจไปหลายรอบ.. แบบว่าฮา.. (ขากลับเริ่มชิน กับเสียงนกแตกรัง) ฉันดูไปก็ขำไป

ปิดท้ายการละเล่น ด้วยการนึกขึ้นมาได้ว่า.. เอ.. พรุ่งนี้มีการบ้านหรือเปล่าหนอ แล้วเด็กๆ ก็เริ่มท่องนั่น ท่องนี่ เลิกเล่นกันไปเลย (ใกล้ถึงกรุงเทพฯ แล้ว) ช่วยกันจำ ช่วยกันท่องใหญ่

เด็กพวกนี้ เป็นเด็กอยู่ง่าย กินง่าย หิวง่ายด้วย.. กินขนมตลอดทาง มีคนเอาข้าว เอาก๋วยเตี๋ยวมาขาย ก็กิน เติมพลังตลอด ๕๕๕ สดใสดี พูดไม่เพราะบ้าง ตามสไตล์ แต่เวลาเล่นๆ แล้วชนคนอื่น ก็ขอโทษ ยกมือไหว้.. นับว่าใช้ได้แล้ว

ระหว่างทาง ฉันกับเพื่อนคุยเรื่องงาน ความรัก (ของเพื่อน) ชีวิต และเพื่อนๆ คนอื่นๆ หลายๆ คนพอยิ่งๆ โตๆ กันไป ก็เริ่มจะนัดเจอกันยากขึ้น ต่างมีเรื่องส่วนตัวที่ต้องทำ เวลาไม่ตรงกัน ยากที่จะนัดเจอกันได้ทั้งกลุ่ม

สรุปว่างานนี้ ราคาตั๋วรถไฟ ๑๐๐ บาท ไป-กลับ จัดว่าแพงหรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะไม่ค่อยนั่งรถไฟ แต่ว่ามี hidden cost เยอะเหมือนกัน ค่าแท็กซี่ ค่าข้าว ค่าขนม ค่าน้ำ โน่นนี่.. จิปาถะ.. ไปๆ มาๆ ก็ตกคนละ ๔๐๐-๕๐๐ ได้ แต่ก็สนุกดี แม้จะเหนื่อยกับการนั่งรถไฟ.. เพราะนั่งรถไฟ ๘ ชั่วโมงได้ นานมากกกก เก้าอี้ไม่ค่อยสบาย

ส่วนรูป อยู่กล้องเม้ง ซึ่งยังไม่ได้เอาขี้นเว็บที่ไหนเลย ได้มาแล้วค่อยว่ากันใหม่..

เอวัง..

..

.

สนใจอ่านอีกอารมณ์หนึ่งของเพื่อนร่วมทางได้ที่ ความสดใสที่หายไป (ทำไมต้องไปเขียนใน ฮิห้า เนี่ย.. ไม่เข้าใจ) แม้ไปด้วยกัน แต่เมื่อเป็นคนละคน ความคิดความรู้สึก จึงต่างกัน

* * *

ป.ล. ฉันควรเอากล้องไปซ่อมได้แล้วนะเนี่ย.. เฮ่อออ

;(

3 thoughts on “นั่งรถไฟไปสวนสนประดิพัทธ์*

  1. รูปอยู่ใน hi5 เด๋วคืนนี้จะเอามาลงให้อีกนะแก…
    ปล. กะลังคิดอยู่ว่า เราน่าจะไปโหนราวแข่งกะเด็กๆ เนอะ เหอๆ อดเป็นชะนีแก่เรยแก 555

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s