จะรักษาไว้ตลอดไป*

รายละเอียดคงลงสมุด แต่มันสุขจนรู้สึกว่าล้น ขอมาพิมพ์รวมๆ ไว้นิดๆ ก่อน (แปะใน Twitter แล้วกลับไปอ่านยาก)

เป็นสิ่งที่ได้เปิดใจคุยกับเพื่อนเมื่อคืน (วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔) ปกติไม่ค่อยคุยซึ้งๆ กัน พอได้ซึ้งแล้วเน่ากันซะ.. ดีนะ เคลียร์และเข้าใจ รู้ใจ แม้ไม่เล่าไปทุกเรื่อง เป็นความรู้สึกที่รับกันได้ที่มีมานานแสนนานแต่เราไม่เคยเปิดใจคุย เข้าใจสันดานโดยไม่ต้องเอ่ยปาก ด่าได้โดยไม่ขุ่นเคือง สร้างรอยยิ้มให้กันได้เสมอแม้จะเศร้าเพียงใด นึกถึงกันแม้ไม่ได้คุยกันนานแสนนาน ชอบจริง <3 จะรักษาไว้ตลอดไป ไม่เสียเวลาที่รอคอยจริงๆ

เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในเวลาที่เหมาะเจาะจริงๆ เป็น “ซื่อสัตย์” ที่ทำให้ “มาม่า” ทุกอย่างถูกวางพักและบางอย่างก็จางหายไปได้ในพริบตาเดียว ^^

ชอบความรู้สึก ณ จุดนี้ :) จริงใจดี

..

เพิ่มอีกนิด (และอาจจะมีเพิ่มระหว่างวัน กำลังอิน แหะๆ)

เพื่อนที่ไม่ได้คอยแต่เอาอกเอาใจ แต่เป็นเพื่อนที่เข้าอกเข้าใจให้กำลังใจ มีเพื่อนปากหวานและปากหมาไปพร้อมๆ กันในคนๆ เดียวกัน หลายรสชาติดี ;D อ่อ นอกจากปากหมาปากหวานแล้วก็ยังไว้ใจได้และเคารพให้เกียรติกันด้วยนะ ครบ หาไม่ได้ง่ายๆ ชิมิ ^^

..

เพิ่มอีกทีตอนบ่ายๆ แฮ่..

เวลานึกถึงเรื่องนี้แล้วมันชุ่มชื่นหัวใจแฮะ คิดว่าส่วนหนึ่งเพราะคิดมาตลอดว่าเพื่อนสนิทสักคนนี่หายากจัง คนที่เขามีหลายๆ คนให้สนิทด้วยนี่หามาได้ยังไงนะ ประกอบกับช่วงนี้เป็นจังหวะมาม่าอีกช่วงหนึ่ง (ปีนี้จะหยุมหยิมมีคนเสกมาม่ามาให้ตลอด ไหนว่าปีลิงไม่ชงแล้วไง!) และรู้ว่าพอได้พูดคุยกับเพื่อนคนนี้แม้จะไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องมาม่าเรื่องอื่น (แต่เกี่ยวบ้างเมื่อเป็นมาม่าที่เพื่อนคนนี้มันแอบต้มส่งมาให้ ฮ่าา) เป็นเพียงเรื่องคุยเล่นทั่วไปที่คุยกัน ล่องลอย เวิ่นเว้อ ถามสารทุกข์ดิบสุขธรรมด๊าธรรมดา แต่เพลิน กวนตีนบ้าง รำคาญบ้าง หงุดหงิดบ้าง แต่อบอุ่นดีนะ สบายใจได้คุยด้วย ดีใจที่รู้ว่ายังมีใครอีกคนไม่ใกล้แต่ไม่ไกล เรียกหาได้ตลอด

ที่คิดเหมือนกันอีกอย่างคือ.. แม้จะไม่ได้คุยแต่เหมือนเราคอยดูกันอยู่ห่างๆ ตลอด รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน ^^

ก็นะ.. ศิลปินคุยกันเลยเข้าใจกันรู้สึกได้เหมือนๆ กัน อุเหม่ แม่เจ้า หรืออันที่จริงฉันมันคิดเวอร์ไปเองคนเดียว กริ๊บบบบบบบบบบบ (ไม่หรอก ศิลปินพอกันอยู่แล้ว แต่ปากหนักพอกันด้วยเช่นกัน ว่าง่ายๆ สันดานแปรตรงไปในทางเดียวกัน ฮ่าาาา)

เริ่มต้นเดือนสิงหาคมด้วยเรื่องดีๆ หวังว่าจะดีไปตลอดแล้วนะ แล้วก็ว่าจะเขียนนิดเดียว แต่อารมณ์จับปากกาสมุดยังไม่เกิด (พิมพ์งานหน้าคอมอยู่) เลยพิมพ์เอา อันนี้ความรู้สึกล้วนๆ ข้อความที่ต้องเก็บรอจดลงสมุดเท่านั้น :)

Standard

ก็เท่านั้นเอง*

เพิ่งจะทำใจแล้วเขียนเรื่อง กระติกน้ำ ไฟฉาย และเข็มทิศ ไปเมื่อวันก่อน เมื่อวานเศร้าอีกรอบเพราะความคิดเล็กคิดน้อยบ้าบอของตัวเองที่เพื่อนไม่เข้าใจ แพล่มไว้มากมายใน Twitter เกือบละ เกือบมาแปะในนี้ละ กะเก็บเป็นที่ระทึก แต่เพื่อนเตือนไว้ทัน แค่สรุปเล็กน้อยละกัน

ก็คือ..

  • สุดท้ายคนที่รับเมล ๗๒๑ คำไม่ว่าอะไร เข้าใจ และเตือนให้ใจเย็นๆ เป็นจังหวะที่ฉันเริ่มใจเย็น แล้วก็ช่วยให้ฉันเย็นขึ้นเยอะ
  • ยังไม่ได้บอกแม่ เกรงแม่จะนอยด์ กลัวแม่จะบอกว่าเห็นไหมแม่บอกแล้วไม่เชื่อแม่ T^T กะว่าถ้าแม่ไม่ถามอีก ก็ข้ามไป เพราะยังไม่มีเหตุการณ์อะไรที่เกิดขึ้นเพราะสถานการณ์นี้
  • ดีใจที่เมื่อวานได้ออกไปเจอเพื่อนๆ ได้คุยเล่น ระหว่างช่วงเวลาแห่งความสุขนั้น ฉันไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้เลย :)

ไม่น่าจะมีอะไรแล้วนะ เพราะไม่มีอะไรต้องคุยอีก มีเพียงข้อความเช้านี้ที่ฉันแพล่มไปอีกเล็กน้อย แค่เตือนตัวเอง และเอ่ยถึงด้านดีที่ใช่ว่าเพื่อนคนนี้ไม่มี มีเสียงเตือนว่าให้เข้าใจและอย่าคาดหวัง

จริงๆ เพื่อนคนนี้มีมุมดีไม่น้อย เพื่อนไม่ได้เลวร้าย เพียงแต่ Jackpot แตก เพราะพอเป็นเรื่องที่กระทบใจฉัน ดันเป็นหนึ่งในเรื่องที่ฉันให้ความสำคัญที่สุด ก็เท่านั้นเอง

เลยได้รับเสียงเตือนว่า อย่ามองอะไรแค่จาก “มุมตัวเอง” คนอื่นคิดไม่เหมือนฉันคิด

ดังนั้น เมื่อมีบทเรียนแล้ว ต่อไปอะไรที่ไม่ควรพูดพร่ำเพรื่อ ฉันก็จะไม่เล่าอีก ไม่ว่าฉันจะคิดว่าคนๆ นั้นไว้ใจได้แค่ไหนก็ถาม จะเอาไปเขียนเล่นในไดอารีไว้อ่านคนเดียวแทน :-) อ่านคนเดียว เพ้อเจ้อคนเดียว ส่วนอะไรที่เล่าออกไปก็คิดไว้เลยว่าไม่ต้องไปพูดคำว่า “อย่าบอกใครนะ” เพราะเรื่องนั้นมันยากมาก

เหตุการณ์นี้จะไม่ทำให้ฉันเลิกคบเพื่อนคนหนึ่งหรอกนะ เมื่อได้พูดได้คุยได้ฟังได้คิด ก็รู้ว่าฉันมันบ้าบอคิดไปเอง ต้องถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ทำให้สำนึกว่า..

อย่านะ อย่าคิดไปเอง อย่าหวังไปเอง อย่ามามั่ว!

.. ก็เท่านั้นเอง

..

.

ป.ล. วันนี้นอนไม่พอ อึนมาก นอนไป ๓ ชั่วโมงเท่านั้น อึนนนนนนนนนนน เหมือน Jet lag

Standard

กระติกน้ำ ไฟฉาย และเข็มทิศ*

ใคร ไม่รักเรา ใครไม่แคร์เรา ใครละเลยเรา ก็อย่าได้แคร์
เราก็รักตัวเอง เราก็แคร์ตัวเอง เราก็ดูแลตัวเอง
ผูกพันนั้นดีแต่ก็ต้องเลือกคน
^^

จิตตกกับเรื่องเพื่อนมาเป็นเดือน เป็นเพราะฉันคาดหวัง คาดว่าเพื่อนจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ คาดว่าเพื่อนคนนี้แหละที่ฉันจะสนิทด้วยได้ คนนี้แหละที่ฉันคุยด้วยได้มากที่สุด คนนี้แน่ๆ เลย เพียงเพราะเห็นว่าเพื่อนใส่ใจครั้งสองครั้ง ฉันจึงเริ่มเปิดใจคุยบางเรื่องที่ไม่คุยกับคนอื่น

แหม คิดไปเองทั้งนั้น คิดเข้าข้างตัวเองทั้งนั้น

แม้จะคุยกันแล้ว ฉันบอกได้ว่าจะไม่เสียใจกับเรื่องบ้าบอที่ฉันคิดไปเองเข้าใจไปเองนี่อีก แต่เหตุการณ์บางอย่างก็ทำให้ภาพชัดเจนว่านี่ไม่ใช่ละ ผิดคนละ ฉันคิดไปเองแน่ๆ ไม่น่าโง่เลยเรา

เพื่อนอีกคนถามสารทุกข์สุกดิบเพราะเห็นเซ็งๆ เพื่อนก็สอนมาให้มองให้ถูกทาง.. ฉันพยายามทำตาม ประกอบกับหาหนังสือชื่อเรื่องน่าสนใจ “ความสุขโดยสังเกต” ของนิ้วกลม มาลองอ่าน ค่อยๆ อ่านทีละเล็กละน้อย จนเมื่อวานตอนเช้าได้อ่านบทที่เกี่ยวกับความผูกพัน

ยกตัวอย่างชายคนหนึ่งทำงานไปทั่วโลก เดินทางตลอดไม่มีใคร อิสระ พกของเท่าที่จำเป็น พกคนเท่าที่จำเป็น จะได้ไม่ต้องแบกของหนักใน "เป้สะพายหลัง" ของตัวเอง เขาคิดว่า "เมื่อไม่ผูก+พันกับใครหรือสิ่งใด คุณก็เป็นอิสระ"  ฉันเป็นประเภทนี้นะ ไม่อยากพกมาก พกแล้วหนัก พกแล้วตัวฉันเองนี่ล่ะสร้างปัญหา (เหมือนกับปัญหาที่ทำให้จิตตกเป็นเดือนครั้งนี้)

ทว่า.. บางทีการเดินทางไกลก็ต้องมีคนและของที่จำเป็นเดินทางด้วย เผื่อว่าเกิดเหตุการณ์ระหว่างทางรวมถึงความทุกข์ที่เราอาจจะต้องนำของสิ่งนั้นขึ้นมาใช้ หรือต้องการใช้คนๆ นั้นช่วยเหลือ

"มีใครบ้าง เดินทางไกลโดยไม่มีกระติกน้ำ ไฟฉาย และเข็มทิศ
"กระติกน้ำในเวลาที่คอแห้งหมดแรง ไฟฉายในยามมืดมิด และเข็มทิศในเวลาหลงทาง
"คนที่เราผูกสัมพันธ์ด้วยในชีวิตบางคนก็ทำหน้าที่คล้ายกระติกน้ำ ไฟฉาย และเข็มทิศ"

เลือกพกของใน "เป้สะพายหลัง" แห่งชีวิตเท่าที่จำเป็นและให้ถูกชิ้นถูกทาง

อ่านได้ดังนี้แล้ว ก็คิดใหม่ว่า จะตัดเลยไม่ผูกพันเลยคงไม่ได้ คงเหงาน่าดู ของบางอย่างใช้เฉพาะที่เฉพาะทางไม่ต้องพกไปมา ของบางอย่างที่คิดว่าจะได้ใช้ในมากที่มากทางก็พกไปด้วยให้อุ่นใจ เป็นดังกระติกน้ำ ไฟฉาย และเข็มทิศ

เลือกคุณภาพ
ไม่ใช่ปริมาณ

Standard

ฆ่าเวลา*

ช่วงนี้ฟุ้งซ่านมากนะ อยากหาอะไรทำฆ่าเวลา

คิดได้ไม่กี่อย่าง

  • โยคะ
  • ว่ายน้ำ
  • วิ่ง
  • เรียนวาดรูป
  • เรียนป. โทอีกใบ

ขอคำแนะนำหน่อย มีอะไรสนุกๆ ให้แจมได้บ้าง

ช่วยด้วย!

Standard

ประหยัดอย่างพอเพียง*

เรื่องมันเริ่มจากว่า เบื่อหน่าย..
เลยอยากไปๆ ให้พ้นๆ จากความจำเจ

ออกไปทำอะไรที่อยากทำ
แต่ชั่งใจไม่ทำเพราะเหตุผลร้อยแปด

หาโน่นนี่ไปมา ไปเจอเรื่องทุน Chevening
จึงสนใจ ประหนึ่งว่าจุดประกายการเรียนต่อ

ทุนนี้ยังเปิดรับจนถึงวันที่ ๒๐ ม.ค. ๒๕๕๒
แต่ทว่าคงเตรียมตัวไม่ทัน IELTS ยังไม่ได้สอบ

เมื่อเกิดแรงบันดาลใจดังนี้
ตั้งใจว่า อาจจะลองทุนอื่น หรือลองทุนนี้ปีหน้า

ไม่เก่ง แต่อยากลองขอทุน อยากมานานแล้ว
อยากรู้ว่า เขารู้สึกอย่างไร เวลาไปขอทุนเรียนฟรี

อ๊ะ แต่ทว่า ถ้าไปเรียนหนังสือไกลๆ เมื่อใด
แปลว่าต้องลาออกจากงาน

เมื่อต้องลาออกจากงาน
ก็ไม่มีรายได้

เมื่อไม่มีรายได้
จะอยู่ได้อย่างไร!?!?

จึงเริ่มคิดว่า
ควรจะจริงจังกับการเก็บหอมรอบริบเสียที

บอกแม่ว่า
จะประหยัดล่ะนะ

จะประหยัดเก็บเงินไว้เผื่อไม่ได้ทำงาน
เพราะจะเรียนหนังสือ

อาจจะไม่มีวันนั้น
แต่เผื่อไว้

ประหยัดในที่นี้
ไม่ได้แปลว่าอะไรๆ ก็ไม่ใช้ ไม่ซื้อ ไม่จ่าย

แต่ประหยัดแบบพอเพียง
ใช้เท่าที่จำเป็น เก็บเพราะจำเป็น

เลิกกินขนมไร้สาระ
ขนมราคาแพง (นานๆ ทีก็พอไหว)

เพราะส่วนมาก เสียเงินกับขนมกรุบกรอบเยอะ
เยอะอย่างบ้าคลั่ง เพื่ออะไร

ไม่กินของทิ้งขว้าง
เก็บที่เหลือไว้มื้อต่อไป

ไม่ซื้อของไม่จำเป็น
ขอเว้น BlackBerry Bold9700 ไว้เเพราะรอมานาน

ประหยัดแบบที่ยังท่องเที่ยว
ออกไปดูโลกกว้าง

ประหยัดแบบที่ยังได้ใช้ชีวิตอย่างที่ต้องการ
อย่างที่อยากมานาน

อยากเที่ยว
ประหยัดแล้วเที่ยว

อยากเรียน
ประหยัดแล้วเรียน

อยากรวย
ประหยัดแล้วรวย

ผลพลอยได้
เผื่อจะผอมลง เพราะกินน้อย
(ก๊ากกกกกกก ฝันไปหรือเปล่า?)

ผลอยากได้
มีเงินเก็บมากมาย
ได้เที่ยวสมใจ
อาจจะได้เรียนอย่างที่คิดไว้

เรามาประหยัดกันเถอะ
ป ร ะ ห ยั ด อ ย่ า ง พ อ เ พี ย ง

Standard

สาธารณะ*

รักจะเล่น Twitter
ต้องไม่กลัวถูก monitor
หรือว่าไง?

(โอ้.. คล้องจองไหมเล่า)

เอิ๊ก เอิ๊ก

เพราะทำตัวเป็นบุคคลสาธารณะไปแล้ว ๕๕

(เหมือนไม่ค่อยได้เขียนคำว่า “สาธารณะ” มานานแล้ว เลยต้องทวนคำสะกดเลย แหะๆ)

สนุกไปอีกแบบ เวลาเดาว่าใครน้า.. monitor

ก๊ากกกกกกกกก เอาเข้าไป

* * *

แวะมาบ่นๆ เพราะทิ้งบล็อกร้าง (อีกแล้ว) ก็สิ่งที่ติดงอมแงมช่วงนี้ (หาเรื่องโทษนั่นนี่ สาเหตุทำให้บล็อกร้าง) คือ

  • Twitlight Saga อ่านถึงเล่ม Eclipse (๓) แล้ว ใกล้จบแล้วด้วย
  • Facebook (เล่นแล้วเบื่อ เบื่อแล้วพอกลับไปเล่น ก็ติดอีก ประกอบกับมีเพื่อนๆ มาเล่นด้วยเยอะขึ้น โต้ตอบสนุกสนาน)
  • Twitter (อันนี้ละไว้ในฐานที่เข้าใจเลยว่า เป็น social network สำคัญตัวแรก ไม่มีไม่ติด มีแค่ติดมาก หรือ ติดน้อย ๕๕๕)

นี่แหละ ของเล่นประจำวัน ส่วน Gmail ก็เช็คทุกวันเป็นปกติ แล้วก็ตามอ่าน Google Reader เป็นบางเวลา ดองก็เยอะ หึหึ

ป.ล. ช่วงสงกรานต์ไประยอง (ถ้าไปได้ ไม่ติดขบวนเสื้อแดงอ่ะนะ)

Standard

อึ้ง*

เพิ่งได้รับโทรศัพท์จากพี่ยุ้ย (ที่เรียนด้วยกันมาที่มธ.) บอกว่า แม่กับน้องของรีเสียแล้ว..

อึ้ง!!

รี.. อายุพอๆ กัน เรียนโทมาด้วยกัน และเพิ่งได้คุยกันเยอะหน่อยเมื่อไม่นานนี้เอง (รีที่เพิ่งโทรหา @macroart เพื่อถามเรื่องเรียนต่อโทที่มหิดลนี่แหละ)

สาเหตุของการเสียชีวิตของแม่และน้องของรีคือ อุบัติเหตุระหว่างที่ไปเที่ยวทีลอซู.. ส่วนรีกับพ่อได้รับบาดเจ็บ

อึ้ง.. เหมือนหายใจไม่ถนัด หลังจากได้ยินเรื่องนี้ คิดถึงตัวเอง หากต้องเจอเรื่องอย่างนี้บ้าง.. ในวัยเดียวกัน (ฉันกับรี).. คงทำอะไรไม่ถูก เสียคนในครอบครัวทีเดียวสองคน

ขอไว้อาลัยให้กับแม่และน้องของรี (ส่วนงานศพ คงจะไปวันอาทิตย์) ไว้ ณ ที่นี้ด้วย

..

.

แค่อยากจะบอกว่า..

ช่วงหยุดยาวปีใหม่นี้ ไปเที่ยวไหน ให้มีสติเสมอ ใครไม่ระวังเรา เราต้องระวังเขาเอง ขับรถปลอดภัย ไม่ขับถ้าดื่มเหล้า ระวัง ระวัง

Standard