dtac 3G*

เก็บไว้เป็นที่ระลึก ฮ่า

เห็นคนอื่นที่ใช้ค่ายอื่นตื่นเต้นใช้สามจีกันเมามัน ไอ่เราก็อยากจะตื่นเต้นบ้าง ได้มาแล้ววันนี้เริ่มวันแรก (ค่ายอื่นเขามีไปไม่รู้นานเท่าใดแล้วเนี่ย)

เส้นชิดลม เพชรบุรีใกล้ๆ กันใช้ได้แบ้วแจ้

ข่าว dtac 3G 
ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มนะเออ (ค่ายอื่นต้องจ่ายเหรอ?)

โฆษณา dtac 3G 
ทำเป็นซึ้ง ซึ้งนิดหน่อย แต่ถ้าไม่รู้ก่อนว่าเป็น dtac 3G ก็เกือบไม่เก็ตละ นึกว่าโฆษณาประกัน

เว็บ dtac 3G 
ณ เวลานี้ (๐๗.๒๗ น. วันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๔) ยังคงขึ้นว่า ‘dtac 3G is coming soon’ อยู่เบย~

ว่าแต่.. เอิ่มมมม ทดสอบความเร็วยังไงล่ะทีนี้ – -“

Standard

Gmail Random Theme*

ด้วยความขี้เบื่อส่วนตัวเลยลองเปลี่ยนมาใช้ Gmail Theme แบบ Random (มีให้เลือกใน Settings) ตั้งแต่เมื่อคืน

ตอนแรกก็คิดว่าลายจะเปลี่ยนวันละครั้งหรือทุกครั้งที่เข้าใช้งาน แต่นี่เหมือนว่าจะเปลี่ยนเรื่อยๆ ทั้งวัน แม้จะเปิดหน้านั้นไว้ทั้งวัน คือ.. ไม่ต้องออกไปแล้วเข้าใหม่เพื่อให้ลายเปลี่ยน

ดีอะ.. ชอบ ไม่น่าเบื่อดี ได้เห็นได้ลองลายอื่นๆ ที่ไม่เคยคิดจะลองด้วย

ป.ล. รูป Wallpaper บนโทรศัพท์ก็ตั้งให้ Shuffle ทุก ๑๐๐ นาที

Standard

BlackBerry Bold 9700*

ได้ฤกษ์จ่ายเงินจริงๆ เสียที หลังจากตั้งท่าเป็นแรมเดือนตั้งแต่โทรศัพท์ยังไม่ออก ไปอเมริกาซื้อมาไม่ได้ และจนรุ่นนี้เข้าเมืองไทยแล้วราคากว่า ๒ หมื่น เลยไม่ซื้อ

จนหลายวันก่อน @pradt retweet มาว่ามีคนซื้อได้ ๑๖๕๐๐ ที่ Central ลาดพร้าว ฉันก็ตื่นเต้นดีใจ แต่ก็ยังช้านะ เพราะไม่เคยซื้อโทรศัพท์ตามร้านค้าแบบนี้ ปกติไม่ศูนย์ ก็เจมาร์ท หรือร้านยี่ห้อโทรศัพท์เลย ไอ้แบบหิ้วๆ ไม่เคยซื้อ หวั่นใจ

ช้าจนกระทั่ง @jeansbb คนที่ตอนแรกบอกว่า ไม่ซื้อ ไม่เอา ไม่สนใจ BlackBerry เพราะไม่รู้จะคุยกับใคร (อารมณ์กลัวใช้ไม่คุ้ม) ยังไปซื้อก่อนฉันเลย ตอนที่รู้ว่าราคาลงเหลือ ๑๖๕๐๐!

ด้วยความหวั่นใจกับการซื้อโทรศัพท์ร้านทั่วไป เลยว่าจะให้ @jeansbb พาไปซื้อที่ Central เสาร์ที่ผ่านมา

แต่ไปๆ มาๆ ดันไป MBK แทน เพราะรู้สึกว่า Central ไกล เกิดจะแวะไปร้านเดิมอีกที ดูลำบาก (สำหรับตัวเอง) เลยถามคนที่ทำงานว่าใครเคยซื้อโทรศัพท์ที่ MBK บ้าง ร้านไหนดี ได้ชื่อมาว่าร้านเจ๊จวง ชั้น ๔ บี ๑๑ (Google หาเอาได้เลยนะ มีข้อมูลให้อ่านพอสมควร)

สุดท้าย ก็ลาก @jeansbb ไป MBK

ณ วันที่ซื้อ ๒๗ มีนาคม เครื่องแบบมี logo ราคา ๑๕๐๐๐ (ถ้าฟังไม่ผิดนะ) และแบบ no logo ราคา ๑๖๓๐๐

เจ๊จวงบอกว่า จริงๆ ไม่ต่างกันนะ แต่มันมีผลทางจิตใจ (เจ๊ทำท่าควักหัวใจเล็กน้อยด้วย)

ตกลงว่าเป็น no logo ปั๊บ เจ๊ก็ยกหูโทรศัพท์ (เจ๊มีโทรศัพท์ ๓ เครื่อง) โทรหาเครือข่าย (ฉันเรียกเอง) เพื่อสั่งโทรศัพท์เพิ่ม (มีแหล่งขายส่งนะเนี่ย) สองสามเจ้า ต่อรองราคาบ้างอะไรบ้าง แล้วก็ให้ลูกน้องไปหยิบเครื่องมาให้ฉัน

ระหว่างรอเครื่อง เจ๊ก็บอกให้โทรไปเปิดบริการเลย.. dtac เหรอ? งั้นนาน โทรเลย กว่าจะเปิดเป็นชั่วโมง

ฉันก็โทร สาวคนหนึ่งรับเรื่องบอกว่าอีก ๓๐ นาทีฉันจะได้รับข้อความ แปลว่าเริ่มใช้ได้แล้ว

๔๐ นาทีผ่านไป เงียบสนิท เลยโทรกลับไป คราวนี้ วาสนา นาแก้ว รับสาย (จำชื่อได้เลยอะ ถามชื่อไว้ก่อนวางสาย) ถามว่า สมัครไว้แบบ ๓๕๐ บาทหรือเปล่าคะ? ฮ่วย แปลว่า ไอ้ที่รับเรื่องไปก่อนหน้านี้ เสียน้ำลายเปล่า!! สุดท้าย เธอบอกว่าให้รอภายใน ๓๐ นาที

ฉันบอกขอเร็วกกว่านั้นนะ รอมา ๔๐ นาทีละ ซึ่งเธอก็ทำให้ได้เร็วจริงๆ ไม่ถึง ๑๐ นาทีนะ ข้อความมาเลย มาแต่สัญญาณนะ ยังใช้จริงไม่ได้ ก๊ากกกกกกก เยี่ยมเลยบริการแบบนี้

แล้วพอผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง dtac ก็ส่งข้อความเข้าโทรศัพทืถามความพึงพอใจในบริการ (ไม่เคยได้รับมาก่อนเลยอะ) ให้ไป ศูนย์! (ฉันโหด) เพราะว่ามีให้เลือกแค่ ๓ ระดับเอง ถ้ามี ๕ ระดับ อาจจะให้สัก ๑ หรือ ๒ เพระคนหลังว่องไว

เอาล่ะ..

ฉันซื้อแบบ no logo มาดังภาพ พร้อม..

  • Memory 2GB
  • ติดกันรอย (ดีที่ติด เพราะวันรุ่งขึ้นโดนกุญแจข่วน มีรอยประสบการณ์ทันที ๕๕๕)
  • Silicon skin (เลือกสีเหลืองแป๊ด แล้วแม่มาทักตอนหลังว่า จะดำง่ายไหมเนี่ย.. เออว่ะ.. ลืมคิดไป)

สงสัย! ปกติ มันมี Memory ให้อยู่แล้วปะ? พูดว่าแถมให้ดูดีไปอย่างนั้นเองหรือเปล่า?

ได้ยินผู้ช่วยเจ๊ (แต่เห็นเจ๊เรียกว่า “แม่” นะ) บอกลูกค้าอีกคู่หนึ่งว่า แบบ no logo ได้หัวปลั๊กสำหรับเสียบต่างประเทศ ถ้าแบบ logo ไม่ได้ หรือไงนี่ล่ะ

(ขอเดาว่า เพราะเครื่อง logo มาจากอเมริกาซึ่งใช้กระแสไฟเท่าบ้านเรา ส่วนแบบ no logo มาจากยุโรปซึ่งใช้กระแสไฟไม่เหมือนบ้านเรา.. ใช่ก่?)

เจ๊หยิบเครื่องไปพูดไปว่าเป็นเครื่องรุ่นนี้ ดูตรงนี้ ให้ฉันเทียบเลขในเครื่องกับที่กล่อง โน่นนั่นนี่ Made in Mexico เปิดออกมาเป็น logo BlackBerry หน้าจอระหว่าง boot เครื่อง

ดูไปดูมา เป็นอันว่าเรียบร้อย เจ๊แปะกันรอย ใส่ silicon ให้เสร็จ ก็รับเครื่อง จ่ายเงิน ตัวเบาหวิวววววววว

ครบชั่วโมง ก็ยังใช้ไม่ได้นะ จนต้องโทรเข้า dtac สุดท้ายได้คุยกับทีม BB โดยตรง เขาก็ส่งเป็นอะไรสักอย่างเข้าเครื่องที่อยู่ๆ ทำให้มี icon WAP browser ขึ้นมาเองเลย แล้วถึงได้เริ่มใช้ได้ การบริการส่วนนี้ไว.. ผ่าน.. แต่ดันไม่มีข้อความส่งมาถามความพึงพอใจ

ทำซองใส่โทรศัพท์เสียหน่อย เพราะเมื่อวันเสาร์ แม่เร่งให้รีบออกจากบ้าน รีบไปหน่อย ทำกุญแจไปข่วนหน้าจอ.. ซึ่งแม้จะมีกันรอย แต่ก็เห็นรอย ไม่รู้ลึกเปล่า (หวังว่าไม่) เลยคิดได้ว่า รอช้าไม่ได้แล้ว ต้องทำซองใส่

คือก็ไม่อยากใช้เครื่องเปล่าๆ แบบไม่มี skin เพราะนึกถึงตอนทำ iPhone ตก ตอนนี้อยากให้มีทั้ง skin กันตัวเครื่อง ส่วนซองกันหน้าจอ ถักออกมาได้ดังภาพ :D ขนาดพอดีเลย

บอก @jeansbb ว่าจะทำเผื่อ ชีไม่เอา ก๊ากกก คนละแนว skin ยังคนละแนวเลย

* * *

ใช้บีบีแล้วรู้สึกนิ้วโต..

เดือนนี้ใช้เงินเยอะมากกกกกกกกกก ไหนจะสิว ไหนจะโทรศัพท์ ต้องไปประหยัดเรื่องเบ็ดเตล็ดอื่นๆ ชดเชย!!!

dtac ต้องปรับปรุงความว่องไวในการให้บริการนะ เห็นเจ๊กับ @jeansbb บอกว่า ของ AIS โทรไปเปิดปุ๊บ ใช้ได้ปั๊บ (ของ True Move เป็นไงไม่รู้??)

Standard

อด*

ไปทำงานที่อเมริกามาหนึ่งสัปดาห์ สิ่งที่อยากได้เพียงสิ่งเดียว สิ่งที่อยากจะช๊อปเพียงสิ่งเดียวคือ Blackberry Bold 9700 โดยหารู้ไม่ว่าจะผิดหวังกลับมา

ไปถามที่ T-Mobile ที่ห้าง Chandler Fashion Mall เขาไม่ให้ซื้อแม้จะเป็นแบบไม่ติดสัญญา เพราะฉันต้องมี account กับเขา เขาถึงเปิดให้ได้

โทรไปถามที่ AT&T ที่ Chandler Festival ใกล้ๆ กัน ก็บอกว่าไม่ได้เหมือนกัน ไม่ขาย

สงสัยจะหยิ่ง ก๊ากกกก

อด อด อด อด

ก็เศร้าไปพักหนึ่ง เสียใจไม่ได้ของที่อยากได้ จะให้คนที่โน่นซื้อให้ก็เกรงใจ เพราะไม่สนิทกัน (ถ้าเป็นอีก office หนึ่งที่ Charlotte ก็คงจะได้ของไปแล้ว เพราะสนิทกับคนที่นั่นมากกว่ามากๆ)

ต่อมา.. ไม่มีเวลาคิดเสียใจ งานยุ่ง หัวหมุนติ้วๆ ทำงานจนวินาทีสุดท้ายก่อนออกไปสนามบินกลับเมืองไทย

ปลง.. ว่ายังไงก็ไม่ได้เสียเงินซื้อโทรศัพท์เป็นแน่ (แม้จะปลง พอไปถึงสนามบิน ยังมีแอบหวังว่า เอ.. จะมีขายใน duty free เปล่า.. ๕๕๕๕ ปลงตรงไหน)

ปกติการ shopping ที่สนามบินของฉัน จะได้ของไม่กี่ประเภท สองสิ่งหลักๆ คือ น้ำหอม และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า (ตอนไปอังกฤษก็ซื้อ Clarins มา) คราวนี้ซื้อ Clinique มา (Clarins แบบ set ที่อเมริกาแพงกว่าที่อังกฤษเป็นพันเลย)

สบายใจได้เสียตังค์ ๕๕๕๕๕๕๕ ไม่ใช่หรอก ก็แบบไม่รู้จะได้กลับไปอีกเมื่อไร ก็ซื้อมาตุนไว้ ใช้ได้ทั้งแม่ทั้งลูก แบ่งๆ กัน (แม่รักสวยรักงามกว่าลูกหลายขั้นนัก.. อย่าถามว่าลูกรักสวยรักงามตรงไหนตอนไหน เพราะไม่แน่ใจเหมือนกัน)

Clinique Daily Essentials แบบเซ็ตเล็กๆ ที่ซื้อมา คิดเป็นเงินไทยสักพันสอง ดูที่ King Power พันเก้า โอเค ถูกกว่า สบายใจ ๕๕๕๕๕๕

สรุปว่าไปแล้วได้ของที่ถูกกว่าการซื้อที่เมืองไทย หรือ duty free ที่เมืองไทยกลับมา.. ก็ใช้ได้ละ

ส่วนโทรศัพท์มือถือ.. ก็รอก่อน เผื่อมีโอกาสได้ไป Charlotte อีก จะไปจับมือคนที่นั่นพาไปซื้อเลย ฮี่ฮี่

อ้อ.. แต่เมื่อวานพอพี่ที่ทำงานได้ยินว่าซื้อไม่ได้ เลยบอกว่า เขาอาจจะมีเพื่อนมาจากอเมริกา ถ้าเฟิร์มก็อาจจะฝากเขาซื้อได้.. อืมๆ เคๆ

รอจะรอ แต่โน่นเลย อีก ๒-๓ เดือนข้างหน้า

ราคาคงลดอีกเนอะ อิอิ..

Standard

More Stats on Google Reader*

รู้สึกเหมือนตัวเองตกข่าว มารู้ มาเห็นอีกที ก็ต้องมันโผล่มาหน้าเว็บให้แปลกใจเล่นแล้ว

ครั้งที่แล้วก็ทีแล้ว

ครั้งนี้ ก็อย่างที่เห็น

มีกราฟให้ดูด้วย!

Standard

‘Last Updated’ on Google Reader*

เพิ่งสังเกตว่ามีบรรทัดนี้เพิ่มขึ้นมา แต่ก่อนไม่มีนิ หรือว่าฉันตกข่าวหว่า..

เพิ่งจะเห็น เพิ่งจะเห็น

Standard

Twitter (ตอนนี้) ไม่มี SMS*

เพิ่งจะเขียนเป็นเรื่องเป็นราวไปว่า Twitter ทำอะไรได้บ้าง มาวันนี้ (เริ่มตั้งแต่วันนี้) Twitter ก็ทำเอาเสียฤกษ์ โดยการประกาศเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการส่ง SMS เข้ามือถือ เสียอย่างนั้นเลย

คร่าวๆ ดังนี้

  • ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผู้ใช้งาน Twitter จะไม่สามารถรับ direct message (dm) ผ่านทาง SMS ได้แล้ว (เหมือนกับว่าเรารับข้อความผ่าน Twitter ที่เป็นเบอร์ UK)
  • การส่งข้อความผ่าน Twitter ยังทำได้ปกติ (คิดว่าเป็นเพราะ Twitter ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้)
  • การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่กระทบกับผู้ใช้งาน Twitter ใน US, Canada และ India ซึ่งมีการเจรจาตกลงในเรื่องนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้น ๓ ประเทศนี้ ใช้งานได้ปกติ

We can provide full incoming and outgoing SMS service without passing along operator fees in these countries. [i.e. Canada, India, and the United States]

  • ทั้งนี้ เป็นเพราะว่าที่ผ่านๆ มา Twitter เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย เมื่อต้องส่งไปยังเบอร์ต่างประเทศ แต่เมื่อมีผู้ใช้งานเยอะขึ้น ค่าใช้จ่ายก็สูงขึ้นเป็นลำดับ ดังที่กล่าวไว้ดังนี้

Even with a limit of 250 messages received per week, it could cost Twitter about $1,000 per user, per year to send SMS outside of Canada, India, or the US.

  • ณ เวลานี้ Twitter กำลังพยายามติดต่อเจรจากับ local operator ทั่วโลก (จะทุกประเทศหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ) เพื่อให้มีการรองรับ และให้ผู้ใช้งานสามารถใช้เบอร์ภายในประเทศ เพื่อส่งข้อความทั่วไป หรือ dm จาก Twitter เข้า SMS ได้
  • ส่วนสิ่งที่ทำได้ตอนนี้ ก็คือเข้า Twitter ผ่านมือถือ เพื่อเช็คข้อความตามปกติ ซึ่งแม้จะไม่รวดเร็วทันใจเท่า dm เป็น SMS แต่ก็คงดีกว่าไม่มี (สำหรับฉันก็ไม่พ้น jibjib อยู่แล้ว) ส่วนเว็บที่ Twitter แนะนำมาก็คือ
  • สุดท้ายนี้ Twitter บอกไว้ว่า..

Our goal is to provide full, two-way service with Twitter via SMS to every nation in a way that is sustainable from a cost perspective.

อย่างนี้ ที่เคยเปิด Twitter ให้แม่ ก็คงไม่ได้ใช้จนกว่าจะมี local operator และคิดราคาที่เหมาะสม อันที่จริง ทุกวันนี้ก็ใช้น้อยลงแล้ว เพราะว่า เปลี่ยนโปรโมชันโทรศัพท์ นาทีแรก ๑.๘ บาท คุ้มกว่าส่ง SMS อีก (๒ บาท) ฮี่ฮี่

..   . .   … ……

รอ.. รอ.. รอ.. ชีวิตนี้มีแต่การรอคอย.. เอิ้งเงย

ตอนนี้ก็รอ @sugree หาหนทางแก้ไขปัญหานี้ ๕๕๕

ชัวร์สุด :D

..

.

.

แต่ถ้าการเจรจาใช้เวลานาน อาจจะเหมือนกับ Twitter Instant Messaging (IM) ที่หายไปนาน จนลืมไปแล้วว่ามันเคยมีมาก่อน

ไปๆ มาๆ กลายเป็นว่า แม้ไม่มี Twitter IM ก็ไม่เดือดร้อน “กลับมามีอีกก็ดี ไม่มีก็ช่าง” ทั้งๆ ที่ตอนที่มันหายไปตอนแรกๆ ก็บ่นกันเป็นต่อยหอยว่า “ช้า ช้า ช้า ไม่ทันใจ อยากให้ Twitter IM กลับมา” แต่ผ่านมาหลายเดือน ที่ไม่มี Twitter IM ตอนนี้ก็เฉยๆ แล้ว เพระว่าเริ่มชินกับระดับความเร็วจาก desktop applications อื่นๆ แล้ว

เช่นกัน หากว่า Twitter ชักช้าในการดำเนินการเรื่อง SMS ก็อาจจะกลายเป็นว่า ผู้ใช้งาน หาวิธีสนองตัณหาตัวเองด้วยวิธีอื่น จนเริ่มชิน.. แล้วก็ไม่สนใจแล้วด้วยว่า Twitter จะมี SMS หรือไม่มี..

“มีก็ดี ไม่มีก็ช่าง” ฉันใดก็ฉันนั้น

จบข่าว.

Standard